ระดับน้ำเริ่มคลี่คลาย เจ้าพระยาลดระดับ กทม.เกือบปกติ
ระดับน้ำเริ่มคลี่คลาย เจ้าพระยาลดระดับ กทม.เกือบปกติ
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังจากหน่วยงานภาครัฐติดตามสภาพอากาศและบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยโฆษกรัฐบาลเปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลง ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะเกือบปกติแล้ว ประชาชนสามารถเดินทางบนถนนสายหลักได้ตามปกติเกือบทั้งหมด ส่วนจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและฟื้นฟูบ้านเรือนได้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดีขึ้น แต่ประชาชนยังไม่ควรวางใจ เพราะมีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนระลอกใหม่เข้ามาระหว่างวันที่ 9-13 ตุลาคม โดยเฉพาะวันที่ 10-12 ตุลาคม ซึ่งหลายพื้นที่อาจมีฝนสะสมเพิ่มขึ้น จึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมตัวรับมือกับฝนที่อาจตกหนักในระยะสั้น
ระดับน้ำเริ่มคลี่คลาย เจ้าพระยาลดระดับ กทม.เกือบปกติ พร้อมรับฝนรอบใหม่
สำหรับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 16.03 เมตร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามบริหารพื้นที่กักเก็บน้ำ เพื่อรองรับฝนที่จะตกลงมาในสัปดาห์ถัดไป รวมทั้งลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนให้มากที่สุด
การบริหารจัดการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญคือควบคุมระดับน้ำไม่ให้เพิ่มสูงจนล้นแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ เมื่อปริมาณน้ำจากต้นทางไม่เพิ่มขึ้น และมีการลดการระบายน้ำจากเขื่อน ระดับน้ำในพื้นที่ปลายน้ำก็มีแนวโน้มลดลงตามลำดับ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเร่งฟื้นฟูจุดที่ได้รับผลกระทบได้มากขึ้น
พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
แม้กรุงเทพฯ จะกลับมาเกือบปกติ แต่บางจังหวัดยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น ปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังในบางจุด ระดับน้ำในอำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอเมืองปราจีนบุรีเริ่มลดลง แต่เป็นการลดลงอย่างช้าๆ ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำหรือติดพื้นที่ลุ่มควรติดตามประกาศเตือนภัยและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ
น้ำจากพื้นที่นครนายกและปราจีนบุรีจะไหลมารวมกันบริเวณอำเภอบ้านสร้าง ก่อนลงสู่แม่น้ำบางปะกง ส่งผลให้ประชาชนริมแม่น้ำในจังหวัดฉะเชิงเทรายังต้องระวังน้ำท่วมขังและระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้น หากมีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ ควรยกสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง และเตรียมเส้นทางอพยพหรือจุดพักพิงที่ปลอดภัยเอาไว้ล่วงหน้า
ด้านภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ก็ต้องเฝ้าระวังฝนในช่วงวันที่ 10-11 ตุลาคม โดยเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณยังมีพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มเติม ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองมีแนวโน้มไม่ล้นตลิ่ง อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ควรรีบนำสิ่งของที่ยกขึ้นที่สูงกลับมาไว้จุดเดิม จนกว่าจะมีประกาศยืนยันว่าพ้นช่วงเสี่ยงแล้ว
ในจังหวัดสมุทรสงคราม มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่บางคนทีและอัมพวา รวมเป็น 12 เครื่อง เพื่อเร่งผลักดันน้ำออกสู่ทะเล ส่วนจังหวัดเพชรบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังบริหารจัดการน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมและเตรียมรองรับฝนรอบใหม่
คำแนะนำสำหรับประชาชนช่วงฝนระลอกใหม่
- ติดตามประกาศพยากรณ์อากาศและแจ้งเตือนน้ำท่วมจากหน่วยงานราชการในพื้นที่
- ยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ ยานพาหนะ และสิ่งของจำเป็นไว้ในจุดสูง
- หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านถนนหรือพื้นที่ที่มีน้ำไหลเชี่ยวและน้ำท่วมสูง
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน และตัดกระแสไฟทันทีหากมีน้ำเข้าถึงปลั๊กหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
- เตรียมยา อาหาร น้ำดื่ม ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรองให้พร้อมใช้งาน
- หากอยู่ริมแม่น้ำหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรประสานผู้นำชุมชนเพื่อรับทราบแผนอพยพ
รัฐบาลระบุว่าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมีเงินสนับสนุน 3 ส่วน ได้แก่ เงินทดรองราชการ เงินงบกลางตามมติคณะรัฐมนตรี และเงินประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยรายละเอียดและขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือควรสอบถามจากหน่วยงานในพื้นที่โดยตรง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
หน่วยงานด้านน้ำและกรุงเทพมหานครยังคงประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง โดยจะไม่รอให้น้ำลดลงเองตามธรรมชาติ แต่จะใช้เครื่องมือและระบบระบายน้ำเร่งลดระดับน้ำในจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว เจ้าหน้าที่จะเข้าสู่ขั้นตอนทำความสะอาด ฟื้นฟูบ้านเรือน และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหาย
โดยสรุป ระดับน้ำเริ่มคลี่คลาย เจ้าพระยาลดระดับ กทม.เกือบปกติ แต่ฝนระลอกใหม่ระหว่างวันที่ 9-13 ตุลาคมยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การเตรียมพร้อมล่วงหน้าและการติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด หากประชาชนร่วมมือกันเฝ้าระวังและไม่ประมาท ก็จะสามารถผ่านช่วงฝนรอบใหม่นี้ไปได้อย่างปลอดภัย