ระวังได้ของแถม! หมอสูติฯ เตือน จูบแลกลิ้น เสี่ยงรับโรคร้าย
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องความโรแมนติกของการจูบกัน แต่รู้ไหมคะว่า จูบแลกลิ้น นั้นไม่ได้มีแค่ความรู้สึกดี ๆ เท่านั้น เพราะล่าสุดคุณหมอสูตินารีแพทย์จากเพจใกล้หมอจิ๋ม ได้ออกมาเตือนภัยว่าพฤติกรรมนี้อาจทำให้เราได้รับเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัวครับ
อันตรายจากการจูบแลกลิ้นที่ควรรู้
การจูบแบบดูดดื่มหรือการจูบแลกลิ้น มีโอกาสสูงมากในการส่งผ่านเชื้อโรคผ่านทางน้ำลายได้โดยตรง แม้เราจะมองว่าคนที่เราจูบด้วยนั้นดูสุขภาพดี แต่ในความเป็นจริงแล้วเชื้อโรคหลายชนิดอาจซ่อนตัวอยู่ในช่องปากของเขาได้โดยที่เราไม่ทันตั้งตัวครับ
โรคที่มาพร้อมการจูบแลกลิ้น
หากคุณกำลังสงสัยว่ากิจกรรมนี้เสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง คำตอบที่น่าสนใจจากคุณหมอมีดังนี้ครับ:
- แบคทีเรียก่อฟันผุ: หากอีกฝ่ายมีฟันผุรุนแรง เชื้อแบคทีเรียสามารถส่งต่อผ่านน้ำลายมาสู่ช่องปากเราได้
- ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่: การจูบใกล้ชิดกันมากเกินไปในช่วงที่อีกฝ่ายกำลังฟักตัวของโรค ทำให้เราป่วยตามไปด้วย
- เริมที่ริมฝีปาก: เชื้อ HSV-1 เป็นตัวการสำคัญ แม้บางคนไม่มีแผลให้เห็นก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้
- โรคจูบ (Infectious Mononucleosis): เกิดจากไวรัส Epstein-Barr ที่ถูกเรียกว่าเป็น Kissing Disease
- โควิด-19 และทางเดินหายใจ: ถือเป็นการใกล้ชิดกันมากที่สุดในทุกสถานการณ์
- เชื้อ HPV: มีงานวิจัยที่ระบุว่าสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสบริเวณช่องปากได้
หลายคนอาจกังวลเรื่อง HIV แต่ในความเป็นจริง การจูบไม่ใช่วิธีการติดต่อหลักของเชื้อ HIV เว้นแต่ว่าจะมีแผลในปากที่เลือดออกร่วมด้วยทั้งสองฝ่าย ซึ่งถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมากครับ
สุดท้ายนี้ การจูบไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือต้องห้ามทำ แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกคู่เดทหรือคู่รักที่เราทราบประวัติสุขภาพของเขาบ้าง ก่อนจะตกลงใจมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เพราะการป้องกันตัวไว้ก่อนย่อมดีกว่าการมารักษาโรคที่ได้รับเป็นของแถมโดยไม่ตั้งใจนะครับ
ที่มา – ระวังได้ของแถม! หมอสูติฯ เตือน “จูบแลกลิ้น” เสี่ยงรับสารพัดโรคร้ายโดยไม่รู้ตัว