รัฐบาลสู้ภัยแล้ง สั่งงดนาปรังรอบ 2 ระดมน้ำดับไฟป่า

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ รัฐบาลสู้ภัยแล้ง สั่งงดนาปรังรอบ 2 ระดมกำลังจัดการน้ำมีพอใช้-ดับไฟป่า อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่พึ่งพาน้ำในการเพาะปลูก รัฐบาลได้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รัฐบาลสู้ภัยแล้ง สั่งงดนาปรังรอบ 2 ระดมกำลังจัดการน้ำมีพอใช้-ดับไฟป่า

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการรับมือภัยแล้ง โดยกรมชลประทานออกมาตรการเชิงรุก ขอความร่วมมือจากเกษตรกรงดเว้นการทำนาปรังรอบที่ 2 ซึ่งเป็นการเพาะปลูกที่ใช้น้ำจำนวนมาก เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลผลิตที่อาจเสียหายจากน้ำขาดแคลน แทนที่ รัฐบาลแนะนำให้หันไปปลูกพืชน้ำน้อย เช่น พืชอายุสั้นหรือพืชทนแล้ง เช่น ข้าวโพด งา หรือถั่วต่างๆ ที่สามารถให้ผลตอบแทนดีในสภาวะนี้ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้น้ำอย่างประหยัดผ่านเทคโนโลยีชลประทานทันสมัย เช่น ระบบน้ำหยดและน้ำพร่างพรม

มาตรการช่วยเหลือประชาชนและดับไฟป่า

ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำระดมสรรพกำลังลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำกินน้ำใช้ สนับสนุนระบบประปาหมู่บ้าน และสำรองน้ำต้นทุนในเขตเสี่ยงภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ แจกจ่ายน้ำสะอาด และสนับสนุนน้ำดื่มให้เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่แห้งแล้ง ผลจากการดำเนินงานนี้ กรมทรัพยากรน้ำสามารถช่วยเหลือประชาชนได้แล้วกว่า 21,600 ครัวเรือน หรือเท่ากับ 43,200 คนทั่วประเทศ

พื้นที่ที่ได้รับการช่วยเหลือหลักๆ ได้แก่:

  • ลำปาง
  • นครสวรรค์
  • อุดรธานี
  • ขอนแก่น
  • นครราชสีมา
  • จันทบุรี
  • นครศรีธรรมราช
  • พิษณุโลก
  • ชุมพร
  • กระบี่
  • อุบลราชธานี

การทำงานเชิงรุกนี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านน้ำอุปโภคบริโภค แต่ยังสนับสนุนภาคเกษตรกรรมและป้องกันไฟป่าที่มักลุกลามในฤดูแล้ง รัฐบาลสู้ภัยแล้ง สั่งงดนาปรังรอบ 2 ระดมกำลังจัดการน้ำมีพอใช้-ดับไฟป่า จึงเป็นกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งการป้องกันและบรรเทา

ประโยชน์ระยะยาวและคำแนะนำสำหรับประชาชน

สิ่งที่ประชาชนจะได้รับคือน้ำใช้ที่เพียงพอ ลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการผลิตทางการเกษตร สร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของชาติในระยะยาว รัฐบาลยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปรับแผนให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ โดยคาดการณ์จากข้อมูลเอลนีโญที่อาจยืดเยื้อไปจนถึงกลางปี สำหรับเกษตรกร แนะนำให้ตรวจสอบระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำท้องถิ่น และใช้แอปพลิเคชันของกรมชลประทานเพื่อวางแผนการปลูกพืชอย่างชาญฉลาด

ภัยแล้งครั้งนี้เป็นบททดสอบความเข้มแข็งของระบบบริหารจัดการน้ำไทย ซึ่งรัฐบาลกำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลประชาชนทุกหย่อมหญ้า หากคุณเป็นเกษตรกรหรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด และปรับตัวตามมาตรการเพื่อลดความเสี่ยง สุดท้ายแล้ว การร่วมมือกันจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

ที่มา – รัฐบาลสู้ภัยแล้ง สั่งงดนาปรังรอบ 2 ระดมกำลังจัดการน้ำมีพอใช้-ดับไฟป่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *