รัฐบาลแก้น้ำท่วมระยะยาว หลังโพลชี้คนหมดเชื่อมั่น

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจากศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นอร์ทแบงค็อกโพล” มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ สะท้อนภาพความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการของภาครัฐได้อย่างชัดเจน โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 4–6 ตุลาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 928 ตัวอย่าง ประเด็นสำคัญคือประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่รอให้เกิดน้ำท่วมแล้วจึงค่อยเข้าไปช่วยเหลือ

เสียงสะท้อนจากผลสำรวจครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการประเมินผลงานในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังเป็นข้อเสนอโดยตรงต่อการกำหนดนโยบายในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการระบายน้ำ การป้องกันล่วงหน้า การจัดทำแผนระดับประเทศ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลแก้น้ำท่วมระยะยาว ต้องเริ่มจากแผนที่ชัดเจน

ประชาชนส่วนใหญ่ประเมินผลงานรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอยู่ในระดับ “ไม่ดีเลย” คิดเป็นร้อยละ 56.3 ขณะที่ร้อยละ 23.2 ระบุว่า “ค่อนข้างไม่ดี” มีเพียงร้อยละ 2.0 เท่านั้นที่มองว่าผลงานอยู่ในระดับค่อนข้างดี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการจัดการน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อถามว่ารัฐบาลดำเนินการเรื่องใดได้ดี ประชาชนร้อยละ 65.4 ตอบว่ายังไม่เห็นการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ส่วนการแจ้งเตือนประชาชนมีร้อยละ 15.7 การช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีร้อยละ 15.2 และการพยากรณ์หรือติดตามสถานการณ์น้ำมีร้อยละ 13.1 ผลสำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่าประชาชนต้องการเห็นผลงานที่วัดผลได้จริง มากกว่าการประกาศนโยบายหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

รัฐบาลแก้น้ำท่วมระยะยาว ต้องฟังเสียงผู้ได้รับผลกระทบ

ปัญหาที่ประชาชนพบมากที่สุดคือน้ำท่วมถนนหรือเส้นทางสัญจร คิดเป็นร้อยละ 74.7 รองลงมาคือน้ำท่วมบ้านพักอาศัย ร้อยละ 32.7 น้ำท่วมโรงเรียนหรือสถานศึกษา ร้อยละ 18.7 และน้ำท่วมสถานที่ทำงาน ร้อยละ 18.0 ผลกระทบเหล่านี้ทำให้การเดินทางลำบากมากที่สุดถึงร้อยละ 88.1 ตามด้วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 47.0 และการเรียนหรือการศึกษาหยุดชะงัก ร้อยละ 34.4

นอกจากนี้ ประชาชนร้อยละ 26.5 ระบุว่าทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ขณะที่ร้อยละ 25.8 ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ และร้อยละ 25.2 มีบ้านพักอาศัยเสียหาย ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าน้ำท่วมไม่ได้กระทบแค่การเดินทาง แต่ยังส่งผลต่อรายได้ การศึกษา ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของครอบครัวในหลายพื้นที่

สิ่งที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ

ผลสำรวจระบุว่าการแก้ปัญหาระยะยาวเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลปรับปรุงมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 74.8 ตามด้วยการระบายน้ำ ร้อยละ 74.2 และการป้องกันน้ำท่วมก่อนเกิดเหตุ ร้อยละ 72.9 สะท้อนว่าประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงถุงยังชีพหรือความช่วยเหลือหลังเกิดภัย แต่ต้องการมาตรการที่ลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง

  • เร่งระบายน้ำ เพื่อให้พื้นที่ได้รับผลกระทบกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
  • เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ ทั้งในเขตเมืองและพื้นที่ชุมชน
  • จัดทำระบบเตือนภัยที่แม่นยำ พร้อมแจ้งข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจง่ายและทันเวลา
  • ขุดลอกคูคลองและทางน้ำ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับและระบายน้ำ
  • เพิ่มพื้นที่รับน้ำ เช่น แก้มลิง พื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่หน่วงน้ำตามธรรมชาติ
  • ประสานงานระหว่างหน่วยงาน ให้มีเจ้าภาพหลักและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน

ประชาชนยังให้ความสำคัญกับความรวดเร็วในการช่วยเหลือถึงร้อยละ 69.2 การช่วยเหลือผู้ประสบภัยร้อยละ 65.4 รวมถึงการสื่อสารข้อมูลและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 61.5 นั่นหมายความว่า การบริหารจัดการน้ำที่ดีต้องมีทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ระบบข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอสำคัญจากผลสำรวจเรื่องการป้องกันน้ำท่วม

หากเลือกได้เพียงหนึ่งเรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อป้องกันน้ำท่วมในอนาคต ประชาชนร้อยละ 37.6 เลือกการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำระดับประเทศ เป็นสัดส่วนสูงที่สุด สะท้อนความต้องการเห็นทิศทางการทำงานที่เป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์หรือรัฐบาลแต่ละชุด

รองลงมาคือการสร้างหรือปรับปรุงระบบระบายน้ำ ร้อยละ 26.1 การปรับปรุงผังเมืองและการใช้พื้นที่ ร้อยละ 9.1 การเพิ่มพื้นที่แก้มลิงหรือพื้นที่รับน้ำ ร้อยละ 7.4 การจัดระบบเตือนภัยน้ำท่วม ร้อยละ 5.7 และการขุดลอกแม่น้ำ คูคลอง และทางระบายน้ำ ร้อยละ 5.5 ส่วนการปรับปรุงเขื่อนและอ่างเก็บน้ำมีร้อยละ 4.9

ข้อมูลทั้งหมดชี้ว่าแนวทางรัฐบาลแก้น้ำท่วมระยะยาวควรครอบคลุมตั้งแต่การวางผังเมือง การดูแลทางน้ำ การพัฒนาระบบระบายน้ำ ไปจนถึงการจัดการพื้นที่รับน้ำ การทำงานควรอาศัยข้อมูลสภาพอากาศและระดับน้ำแบบเรียลไทม์ พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการวางแผน

บทสรุป: ความเชื่อมั่นสร้างได้ด้วยผลงานจริง

ผลสำรวจ “นอร์ทแบงค็อกโพล” เป็นสัญญาณที่รัฐบาลควรรับฟังอย่างจริงจัง เพราะประชาชนไม่ได้ปฏิเสธความช่วยเหลือในช่วงเกิดภัย แต่ต้องการเห็นการลงทุนและการวางแผนที่ช่วยลดความเสียหายในระยะยาว การแก้ปัญหาน้ำท่วมควรมีเป้าหมายชัดเจน ตรวจสอบได้ และดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับท้องถิ่น

หากรัฐบาลต้องการฟื้นความเชื่อมั่น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนจากคำมั่นสัญญาไปสู่แผนงานที่มีกรอบเวลา งบประมาณ ผู้รับผิดชอบ และตัวชี้วัดที่ประชาชนตรวจสอบได้ เพราะการรัฐบาลแก้น้ำท่วมระยะยาวจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อทุกหน่วยงานทำงานร่วมกัน และประชาชนเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ของตนเอง

ที่มา – ‘นอร์ทแบงค็อกโพล’ ชี้ประชาชนหมดความเชื่อมั่น จี้รัฐบาลแก้น้ำท่วมระยะยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *