“ราชันชุดขาว” เร่งเครื่องแซงดับ “เอลเช” นาทีบาป
ศึกลา ลีกา สเปน นัดล่าสุดจบลงอย่างสุดดราม่า เมื่อ “ราชันชุดขาว” เร่งเครื่องแซงดับ “เอลเช” นาทีบาป ด้วยสกอร์ 3-2 แม้จะออกนำห่างถึงสองประตู แต่กลับถูกเจ้าบ้านไล่ตีเสมอในช่วงครึ่งหลัง ก่อนจะมาได้ประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เกมนี้จึงเต็มไปด้วยอารมณ์และความกดดันตั้งแต่นาทีแรกจนถึงเสียงนกหวีดสุดท้าย
รีล มาดริด ลงสนามด้วยความมุ่งมั่น เพราะต้องการเก็บสามคะแนนเพื่อไล่กดดันทีมจ่าฝูงอย่างบาร์เซโลนา รูปเกมช่วงต้นเป็นไปตามความคาดหมาย ทีมเยือนครองบอลได้มากกว่าและพยายามเจาะแนวรับของเอลเชด้วยการขึ้นเกมจากริมเส้น รวมถึงใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นแนวรุกสร้างโอกาสอย่างต่อเนื่อง
“ราชันชุดขาว” เร่งเครื่องแซงดับ “เอลเช” นาทีบาป
ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 25 จากจังหวะฟรีคิกของ อาร์ดา กือแลร์ บอลพุ่งไปชนเสาอย่างจัง ก่อนกระเด้งมาโดนตัว มาติอัส ดิตูโร ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น และเปลี่ยนทางเข้าประตูไปอย่างโชคร้าย รีล มาดริดจึงได้ประตูขึ้นนำ 1-0 โดยไม่ต้องใช้จังหวะจบสกอร์โดยตรงจากผู้เล่นของตัวเอง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ทีมเยือนสร้างใส่เอลเชได้เป็นอย่างดี
หลังจากขึ้นนำ ทีมของรีล มาดริดยังไม่ผ่อนเกม พวกเขาเดินหน้าบุกเพื่อหวังทำประตูที่สองให้ได้โดยเร็ว กระทั่งนาทีที่ 33 ยาน ดิโอม็องเด จ่ายบอลอย่างแม่นยำให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป ซึ่งขยับเข้าหาพื้นที่อันตราย ก่อนล้มตัวยิงระยะใกล้ส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-0 และสถานการณ์ของเจ้าบ้านดูยากลำบากขึ้นทันที
จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมที่เอลเชไม่ยอมแพ้
แม้จะตามหลังถึงสองประตู แต่เอลเชยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ครึ่งหลังพวกเขาปรับจังหวะการเล่นให้ดุดันมากขึ้น พยายามเปิดบอลเข้าเขตโทษและกดดันแนวรับของรีล มาดริดอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มเห็นผลในนาทีที่ 71 เมื่อลูกัส เซเปดาเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และอาบิเอล โอโซริโอขึ้นโหม่งย้อนศรได้อย่างยอดเยี่ยม บอลพุ่งเสียบตาข่าย ทำให้เอลเชไล่ขึ้นมาเป็น 1-2
ประตูดังกล่าวทำให้บรรยากาศในสนามเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน นักเตะเจ้าถิ่นมีความมั่นใจมากขึ้น ขณะที่รีล มาดริดเริ่มเสียจังหวะและไม่สามารถควบคุมเกมได้เหมือนในครึ่งแรก เอลเชใช้การโจมตีอย่างรวดเร็วและการเปิดบอลจากด้านข้างเล่นงานแนวรับทีมเยือน ซึ่งทำให้ผู้เล่นของราชันชุดขาวต้องถอยลงไปตั้งรับมากกว่าปกติ
จากนั้นในนาทีที่ 83 เอลเชก็ทำสิ่งที่แฟนบอลเจ้าถิ่นหวังได้สำเร็จ โฆซานเปิดบอลเข้าไปในพื้นที่อันตราย ก่อนที่เฟร์นานโด นิโนจะจัดการยิงผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไปอย่างเด็ดขาด สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 2-2 ท่ามกลางความตกตะลึงของนักเตะและทีมงานรีล มาดริด เกมที่ดูเหมือนจะอยู่ในการควบคุมของทีมเยือนจึงกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในช่วงท้ายเกม
เอ็มบัปเปมีบทบาทสำคัญในประตูชัย
เมื่อถูกตีเสมอ รีล มาดริดพยายามตั้งสติและเร่งเกมอีกครั้ง พวกเขาเดินหน้าหาโอกาสจากการต่อบอลเร็วและการใช้พื้นที่ด้านข้าง จนในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+1 จูด เบลลิงแฮมสามารถแทงบอลทะลุแนวรับให้เอ็มบัปเปหลุดเดี่ยวไปทางริมเส้นฝั่งซ้าย ดาวยิงชาวฝรั่งเศสไม่เลือกยิงเอง แต่เปิดบอลเข้าไปหน้าประตูอย่างใจเย็น
บอลของเอ็มบัปเปลอยไปถึง คาร์ลอส เอสปี ดาวยิงตัวสำรอง ซึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจบสกอร์ ก่อนซัดเข้าไปแบบไม่มีผู้เล่นเอลเชเข้ามาขวาง ส่งให้รีล มาดริดขึ้นนำอีกครั้ง 3-2 ประตูนี้กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการแข่งขัน และทำให้แฟนบอลทีมเยือนเฮลั่นในช่วงเวลาที่แทบไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น
ชัยชนะครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้านจิตใจของรีล มาดริด แม้ทีมจะเสียความได้เปรียบและถูกตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่นักเตะยังสามารถกลับมาสร้างโอกาสจนได้ประตูชัย การมีผู้เล่นคุณภาพสูงอย่างเอ็มบัปเป เบลลิงแฮม และกูร์กตัวส์ช่วยให้ทีมยังคงมีความหวังแม้ตกอยู่ภายใต้ความกดดัน
สถานการณ์ตารางคะแนนหลังเกม
จากผลการแข่งขันนัดนี้ รีล มาดริดเก็บเพิ่มเป็น 15 คะแนนจากการลงเล่น 6 นัด มีคะแนนเท่ากับบาร์เซโลนา ทีมจ่าฝูง อย่างไรก็ตาม ทีมราชันชุดขาวลงเล่นมากกว่า 1 นัด และมีผลต่างประตูได้เสียเป็นรองถึง 6 ลูก จึงรั้งอันดับสองของตาราง ส่วนเอลเชยังมีเพียง 2 คะแนน และอยู่ในอันดับสุดท้ายของการแข่งขัน
สำหรับผลการแข่งขันคู่อื่น ราโย บาเยกาโนเปิดบ้านเอาชนะเอสปันญอล 2-1 ขณะที่อลาเบสพ่ายให้กับบาเลนเซีย 0-1 ทำให้การลุ้นอันดับบนตารางยังคงมีความน่าสนใจ และทุกคะแนนมีความหมายอย่างมากต่อการไล่ล่าพื้นที่สำคัญในฤดูกาลนี้
โดยสรุป “ราชันชุดขาว” เร่งเครื่องแซงดับ “เอลเช” นาทีบาป ได้อย่างน่าตื่นเต้น เกมนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของแนวรุก แต่ยังสะท้อนว่าฟุตบอลสามารถเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้ตลอดเวลา เอลเชเกือบสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่จากการตามตีเสมอ แต่ความเด็ดขาดในช่วงท้ายเกมทำให้รีล มาดริดคว้าสามคะแนนกลับบ้านได้สำเร็จ หากทีมรักษาความมั่นใจและลดความผิดพลาดในเกมรับได้ พวกเขาจะยังเป็นหนึ่งในทีมที่น่าจับตามองต่อไปอย่างแน่นอน
แฟนบอลไม่ควรพลาดติดตามเกมนัดต่อไป เพราะการลุ้นแชมป์ลา ลีกา ซีซันนี้ยังเปิดกว้าง และทุกช่วงทดเวลาบาดเจ็บอาจเปลี่ยนโฉมหน้าของตารางคะแนนได้เสมอ
ที่มา – “ราชันชุดขาว” เร่งเครื่องแซงดับ “เอลเช” นาทีบาป

