รายชื่อโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์
เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อย หลังจากที่มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ได้เปิดตัวโครงการดีๆ อย่างโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อรณรงค์ให้เด็กและเยาวชนไทยรู้จักการรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ
รายชื่อโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์”
หลังจากเปิดรับสมัครในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางโครงการได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากโรงเรียนทั่วประเทศ และนี่คือรายชื่อโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมรับประโยชน์จากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์คุณภาพ เพื่อเสริมสร้างทักษะดิจิทัลและการรู้เท่าทันสื่อในสถานศึกษา
รายละเอียดโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือก
การดำเนินงานของโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” ครั้งนี้ ครอบคลุมโรงเรียนหลากหลายสังกัด ทั้งในกรุงเทพมหานคร โรงเรียนไทยรัฐวิทยา และโรงเรียนในส่วนภูมิภาค เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าถึงการเรียนรู้ผ่านการอ่านหนังสือพิมพ์ชั้นนำ เช่น กรุงเทพธุรกิจ มติชน ไทยรัฐ และเดลินิวส์ เป็นต้น
โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร (ใช้หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)
- โรงเรียนลำสาลี (ราษฎร์บำรุง), โรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์, โรงเรียนวัดลานบุญ, โรงเรียนราษฎร์บูรณะ (มูฮำหมัดอุทิศ), โรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์ และโรงเรียนอื่นๆ อีกมากมายที่ผ่านการคัดเลือก
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา
- โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 59 (วัดสังขวิจิตร) จ.นครสวรรค์, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 82 (โคกตองเจริญ) จ.นครราชสีมา, โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน) จ.นนทบุรี และเครือข่ายไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศ
ภาคกลางและภูมิภาคต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในจังหวัดพิษณุโลก อุบลราชธานี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา และสตูล ที่เข้าร่วมโครงการ “สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์” โดยใช้สื่อท้องถิ่นเสริมสร้างการเรียนรู้ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมผ่านทักษะการรู้เท่าทันสื่อที่เข้มข้น
การที่โรงเรียนเหล่านี้ได้รับเลือก ถือเป็นโอกาสทองของนักเรียนที่จะได้ฝึกวิเคราะห์ข่าวสารและความน่าเชื่อถือของเนื้อหา ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในโลกยุคข้อมูลข่าวสารท่วมท้น หวังว่าทุกโรงเรียนจะช่วยกันผลักดันโครงการนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชนไทยต่อไป