รู้จักเดอะชป ผอ. DOPA N.I.C.E. Center คนแรก
ท่ามกลางปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ทุนสีเทา สแกมเมอร์ และการใช้คนไทยเป็นนอมินี กรมการปกครองได้ยกระดับการทำงานด้านทะเบียนราษฎร ด้วยการจัดตั้งศูนย์ DOPA N.I.C.E. Center หรือศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน เพื่อสกัดการทุจริตที่อาจกระทบต่อสิทธิของประชาชน เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ
บุคคลสำคัญที่ได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนภารกิจนี้คือ ดร.รัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ หรือ “ผอ.ชป” ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนคนแรก เรื่องราวของเขาน่าสนใจทั้งในแง่ประสบการณ์ด้านกฎหมาย การสืบสวนสอบสวน และบทบาทในการรับมือกับรูปแบบอาชญากรรมทางทะเบียนที่เปลี่ยนแปลงไป
เดอะชป ผอ. DOPA N.I.C.E. Center คนแรก
ดร.รัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ อายุ 43 ปี จบการศึกษาด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ โดยสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ระดับปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ระดับปริญญาโทนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายมหาชน จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และระดับปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมือง จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง นอกจากนี้ยังผ่านหลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 78
เส้นทางการทำงานของเขาเกี่ยวข้องกับงานสอบสวนและงานกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนการสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง เป็นนายอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนการสอบสวนคดีอาญา ก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน
บทบาทของเดอะชป ผอ. DOPA N.I.C.E. Center คนแรก
ศูนย์ DOPA N.I.C.E. ย่อมาจาก National Identity Crime Enforcement มีหน้าที่ประสานงานและดำเนินการต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน โดยทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ง. การบูรณาการข้อมูลและกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยให้การตรวจสอบคดีมีความรวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น
ภารกิจสำคัญของศูนย์คือการตรวจสอบการสวมสิทธิ์ทางทะเบียน การได้มาซึ่งสัญชาติไทยโดยมิชอบ การแจ้งเกิดเท็จ การรับรองบุตรอันเป็นเท็จ การใช้ชื่อบุคคลอื่นถือครองทรัพย์สิน รวมถึงการกระทำที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ปัญหาทะเบียนกับทุนเทาและนอมินี
จากข้อมูลการทำงานที่ผ่านมา รูปแบบความผิดทางทะเบียนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสวมชื่อคนตายหรือการสวมสิทธิ์ระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่มีการพัฒนาเป็นรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทาและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงคือ “พ่อทิพย์” หรือการว่าจ้างชายไทยให้สมรสหรือรับรองบุตรโดยไม่เป็นความจริง เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทย
นอกจากนี้ยังพบความกังวลเกี่ยวกับการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนถือครองทรัพย์สิน หรือที่เรียกว่านอมินี ซึ่งอาจทำให้กลุ่มทุนต่างชาติสามารถเข้าถึงธุรกิจ ที่ดิน หรือทรัพย์สินต่าง ๆ ได้โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย หากปล่อยให้ปัญหาขยายตัว อาจกระทบต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของคนไทยและความน่าเชื่อถือของระบบราชการ
ดร.รัฐวิชอธิบายว่า ปัญหาดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การหลอกลวงทางไซเบอร์ และบุคคลที่มีหมายแดงหรือเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน การมีข้อมูลทะเบียนที่ไม่ถูกต้องอาจช่วยปกปิดตัวตน อำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ หรือใช้เป็นช่องทางขยายเครือข่ายอาชญากรรมได้
ขั้นตอนการทำงานของศูนย์ DOPA N.I.C.E.
การทำงานของศูนย์เริ่มจากการรับเรื่องร้องเรียนและข้อมูลเบาะแสจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน รวมถึงการสืบค้นข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางทะเบียน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์และฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบรายการที่มีลักษณะผิดปกติ
- รับข้อมูลและเบาะแส: ศูนย์รวบรวมเรื่องร้องเรียนจากหลายภาคส่วน รวมถึงข้อมูลจากการสืบสวน
- วิเคราะห์ข้อมูล: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายการทะเบียนและความเชื่อมโยงของบุคคลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
- ลงพื้นที่ตรวจสอบ: เมื่อพบข้อสงสัย จะส่งชุดสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน
- ประสานหน่วยงาน: คดีสำคัญจะทำงานร่วมกับตำรวจ DSI ป.ป.ช. ป.ป.ท. ป.ป.ง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ดำเนินคดีและแก้ไขรายการ: หากพบความผิด จะดำเนินคดี เพิกถอนรายการที่ไม่ถูกต้อง และดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์ยังมีหน้าที่วิเคราะห์บทเรียนจากแต่ละคดี เพื่อนำไปพัฒนามาตรการป้องกัน เช่น การยกระดับแนวทางปฏิบัติของนายทะเบียน การเพิ่มระบบแจ้งเตือนรายการต้องสงสัย และการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบบุคคลและสถานะทางทะเบียน
เป้าหมายในการป้องกันภัยทะเบียน
กรมการปกครองจัดตั้งศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนอย่างเป็นทางการตามคำสั่งที่ 2419/2569 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยมีสถานที่ตั้งอยู่ที่สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง คลอง 9 อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี การจัดตั้งศูนย์สะท้อนว่าปัญหาการทุจริตทางทะเบียนถูกยกระดับเป็นประเด็นด้านความมั่นคงที่ต้องอาศัยการทำงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ดร.รัฐวิชมีประสบการณ์ทำงานด้านสืบสวนสอบสวนรวมกว่า 19 ปี และเคยมีส่วนร่วมในคดีมากกว่า 500 คดี รวมถึงการทำงานกับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง การจัดทำหลักสูตรสืบสวนสอบสวน และการผลักดันภารกิจด้านสิทธิมนุษยชน ประสบการณ์เหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการออกแบบการทำงานของศูนย์ให้มีทั้งมิติการปราบปรามและการป้องกัน
ในมุมของประชาชน การป้องกันภัยทะเบียนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น ทุกคนสามารถช่วยกันสังเกตความผิดปกติ ไม่สนับสนุนการรับจ้างเป็นนอมินี ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวแก่บุคคลอื่นโดยไม่จำเป็น และแจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบพฤติการณ์น่าสงสัย
การทำงานของเดอะชป ผอ. DOPA N.I.C.E. Center คนแรก จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างระบบทะเบียนที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ภารกิจนี้จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี กฎหมาย เจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ และความร่วมมือจากประชาชน หากทุกฝ่ายช่วยกันรักษาความถูกต้องของข้อมูลทะเบียน ก็จะช่วยลดช่องว่างที่อาชญากรใช้ปกปิดตัวตนและแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศไทย
ข้อคิดสำคัญ: สิทธิในสัญชาติและข้อมูลทะเบียนเป็นเรื่องที่มีผลต่อทั้งบุคคลและประเทศ การปราบปรามผู้กระทำผิดควบคู่กับการป้องกันเชิงระบบ จึงเป็นแนวทางที่จะช่วยรักษาความเชื่อมั่นและปกป้องสิทธิของคนไทยในระยะยาว
ที่มา – รู้จัก ‘เดอะชป’ ผอ. DOPA N.I.C.E. Center คนแรก ลุยสกัดทุนเทา-นอมินี ป้องกันภัยทะเบียน


