รู้ไว้เลย! 3 สิ่งที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ

รู้ไว้เลย! 3 สิ่งที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ ใครเจอฟันธง ‘แก๊งคอลฯ’ แน่นอน!

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราแบบนี้ การหลอกลวงทางออนไลน์ก็ยิ่งแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ชอบแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อหลอกเอาเงินและข้อมูลส่วนตัวจากประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงออกมาเตือนให้ทุกคนรู้ไว้เลย! 3 สิ่งที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ หากเจอแบบนี้ฟันธงได้เลยว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์แน่นอน มาดูกันว่าสามสิ่งนั้นคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

3 สิ่งที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ

จากข้อมูลที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะการหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นตำรวจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกให้โอนเงินหรือส่งข้อมูล

เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนพลาดท่า ตำรวจจึงเน้นย้ำ 3 สิ่งที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ ดังนี้

1. ไม่คอล (ไม่โทรภาพ วิดีโอคอล)

ข้อแรกคือ ตำรวจจริงจะไม่ติดต่อประชาชนผ่านการสนทนาวิดีโอ (Video Call) โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีหรือสอบสวน หากมีคนโทรมาบอกว่าตัวเองเป็นตำรวจแล้วขอให้เปิดวิดีโอคอลเพื่อตรวจสอบตัวบุคคลหรือยืนยันข้อมูล นั่นคือสัญญาณเตือนแดงทันที! แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้วิธีนี้เพื่อสร้างความกดดันและหลอกให้คุณทำตามคำสั่ง เช่น ขอให้ติดตั้งแอปหรือส่งรูปบัตรประชาชน

ในทางปฏิบัติ ตำรวจจะใช้ช่องทางที่เป็นทางการ เช่น หมายเรียกทางไปรษณีย์ หรือแจ้งให้มารับทราบที่สถานีตำรวจ ไม่ใช่โทรมาจากเบอร์แปลกๆ แล้วบังคับให้วิดีโอคอลแบบนี้ ดังนั้น หากเจอ รู้ไว้เลย! 3 สิ่งที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ แบบนี้ อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด

2. ไม่โอน (ไม่ขอให้โอนเงินตรวจสอบ)

ข้อที่สอง ตำรวจจริงจะไม่บอกให้ประชาชนโอนเงินมาให้ เพื่อ ‘ตรวจสอบ’ หรือ ‘ยืนยัน’ อะไรก็ตาม หากมีคนโทรมาบอกว่าบัญชีของคุณมีปัญหา หรือต้องโอนเงินไปยังบัญชีรัฐเพื่อตรวจสอบการฟอกเงิน นั่นคือกลลวงชัดๆ! เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบข้อมูลการเงินได้โดยตรงจากธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องให้ประชาชนโอนเงินมาให้

แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักสร้างเรื่องราวเร่งด่วน เช่น ‘บัญชีคุณถูกอายัด ต้องโอนเงินด่วนเพื่อปลดล็อก’ เพื่อให้คุณตื่นตระหนกและโอนเงินโดยไม่คิด ใครที่เคยโดนหลอกแบบนี้ สูญเสียเงินไปหลักแสนหรือล้านบาทมาแล้วไม่ใช่น้อย ดังนั้น การจำ 3 สิ่งที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ ไว้ จะช่วยปกป้องกระเป๋าเงินของคุณได้

3. ไม่รับแจ้งผ่านเฟซ (ไม่รับแจ้งความทางโซเชียล)

ข้อสุดท้าย ตำรวจจริงไม่มีเพจหรือบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กที่รับแจ้งความออนไลน์ หรือขอคืนทรัพย์สินโดยตรง หากมีเพจแปลกๆ โพสต์ว่าสามารถแจ้งความหรือขอเงินคืนได้ทางเฟซ นั่นคือการแอบอ้าง 100% ตำรวจมีช่องทางอย่างเป็นทางการในการรับแจ้งความเท่านั้น เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ

แทนที่จะเสี่ยงกับเพจปลอม ควรใช้ช่องทางจริง เช่น ไปสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือแจ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งเราจะพูดถึงต่อไป

สรุปแล้ว รู้ไว้เลย! 3 สิ่งที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ คือ ไม่คอล ไม่โอน และไม่รับแจ้งผ่านเฟซ หากเจอการติดต่อแบบใดแบบหนึ่ง ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ อย่าโอนเงิน ส่งข้อมูลส่วนตัว หรือติดตั้งแอปใดๆ ตามคำสั่งเด็ดขาด เพราะอาจนำไปสู่การสูญเสียที่ใหญ่หลวง

นอกจากนี้ หากคุณเคยถูกหลอกหรือสงสัยว่าถูกหลอก สามารถแจ้งความได้ทันทีที่สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ หรือใช้ช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ 2 ช่องทางหลัก คือ เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th สำหรับแจ้งความออนไลน์ด้วยตนเอง หรือโทรสายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง ทีมงานตำรวจพร้อมช่วยเหลือและติดตามตัวผู้กระทำผิด

ในมุมมองของผม การตื่นตัวและแชร์ข้อมูลแบบนี้ให้เพื่อนๆ ญาติๆ รู้ จะช่วยลดจำนวนเหยื่อลงได้มาก อย่าปล่อยให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์รุกล้ำชีวิตคุณ ลองตรวจสอบทุกการติดต่อที่ดูน่าสงสัย และปกป้องตัวเองด้วยความรู้ที่ถูกต้อง หากมีประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการหลอกลวงแบบนี้ แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้กันนะ

ที่มา – รู้ไว้เลย! 3 สิ่งที่ตำรวจจริงจะไม่ทำ ใครเจอฟันธง ‘แก๊งคอลฯ’ แน่นอน!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *