ร่างพ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียนฯความหวังลดขยะ28ล้านตัน
ปัญหาขยะในประเทศไทยกลายเป็นวิกฤตที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยปัจจุบันเราสร้างขยะพุ่งสูงถึง 27-28 ล้านตันต่อปี ซึ่งน่าตกใจที่กว่าครึ่งหนึ่งถูกกำจัดด้วยวิธีฝังกลบหรือเผาอย่างไม่ถูกหลักวิชาการ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและงบประมาณมหาศาล นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไม ร่างพ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียนฯความหวังลดขยะ28ล้านตัน ถึงเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องหันมาทำความเข้าใจและให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน
ร่างพ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียนฯความหวังลดขยะ28ล้านตัน
ปัญหาขยะไม่ได้อยู่ที่พฤติกรรมของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างกฎหมายไทยที่ยังผูกติดอยู่กับระบบ “ใช้แล้วทิ้ง” (Take-Make-Dispose) เดิมทีเรามีกฎหมายที่จัดการที่ปลายทางเท่านั้น ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องแบกรับภาระหนักในการจัดการขยะ โดยที่ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แทบไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ดังนั้น การผลักดัน ร่างพ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียนฯความหวังลดขยะ28ล้านตัน จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นน้ำอย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญของการปฏิรูปด้วยร่างพ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียนฯ
ร่างกฎหมายฉบับประชาชนนี้ไม่ได้เน้นแค่การกำจัดขยะ แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งระบบ โดยมีกลไกสำคัญดังนี้:
- EPR (Extended Producer Responsibility): ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบบรรจุภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต โดยสนับสนุนระบบรีไซเคิล
- Eco-design: บังคับให้ออกแบบสินค้าที่ใช้วัสดุรีไซเคิลง่าย ลดขยะตั้งแต่ขั้นตอนผลิต
- PAYT (Pay As You Throw): เปลี่ยนระบบเก็บค่าขยะให้เป็นไปตามปริมาณขยะที่ทิ้งจริง เพื่อสร้างแรงจูงใจในการคัดแยก
- Deposit Refund System (DRS): ระบบมัดจำคืนเงินสำหรับบรรจุภัณฑ์ เพื่อจูงใจให้คนนำขยะกลับมาคืน
- Right to Repair: ส่งเสริมสิทธิในการซ่อมสินค้า เพื่อลดขยะจากการซื้อใหม่โดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้ยกระดับกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่กำกับดูแลด้านทรัพยากรหมุนเวียน และจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลในท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่สังคมที่ยั่งยืนได้จริงๆ
ในส่วนของข้อกังวลเรื่องค่าครองชีพ ทางเครือข่ายผู้เสนอกฎหมายชี้แจงว่าในระยะยาว กฎหมายนี้จะช่วยลดต้นทุนสาธารณะที่รัฐและประชาชนต้องแบกรับปีละกว่า 20,000 ล้านบาท และเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับท้องถิ่นที่ปัจจุบันมีรายได้จากค่าธรรมเนียมขยะเพียงน้อยนิด ไม่เพียงพอต่อการจัดเก็บจริง การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นความหวังที่จะเปลี่ยนวิกฤตขยะให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่า
หากคุณอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และอยากให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวังวนขยะล้นเมือง ขอเชิญชวนให้ทุกท่านเข้าไปร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ที่เว็บไซต์ของเครือข่าย Thailand Circular Economy เพื่อเป็นแรงผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาและนำไปสู่การปฏิบัติจริงในรัฐสภา เพื่ออนาคตของสิ่งแวดล้อมไทยที่ดียิ่งขึ้น
ที่มา – ร่างพ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียนฯความหวังลดขยะ28ล้านตัน
