ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภูมิใจไทย เดินหน้าสู่สภา

ประเด็น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภูมิใจไทย กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมการกลั่นกรองและยกร่างกฎหมายของพรรค ออกมาเปิดเผยว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาแล้ว ขณะที่ร่างของพรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชนที่ไอลอว์ดูแลยังไม่ได้ถูกเสนอเข้าสู่สภาอย่างเป็นทางการ

นายนิกรระบุว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียมความพร้อมเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมสภาครั้งที่ 1 ปี 2569 โดยพรรคมองว่าผลประชามติที่มีประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นเสียงสะท้อนที่ทุกฝ่ายต้องรับฟังอย่างจริงจัง การที่ร่างของพรรคเข้าสู่วาระแล้วจึงถือเป็นการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชน

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภูมิใจไทยเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว

ก่อนหน้านี้ ประธานวิปฝ่ายค้านได้หารือกับประธานวิปรัฐบาล เพื่อขอให้รอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อผู้เสนอ โดยมีเป้าหมายให้ร่างจากทุกฝ่ายถูกนำมาพิจารณาพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม นายนิกรกล่าวว่า ขณะนี้ภาคประชาชนสามารถรวบรวมรายชื่อได้เกิน 100,000 รายชื่อแล้ว จึงควรเร่งเสนอร่างต่อประธานรัฐสภาเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณา

ข้อกังวลสำคัญคือเรื่องเวลา เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งการรับหลักการ การตั้งคณะกรรมาธิการ การจัดทำประชามติ การสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. การรับฟังความคิดเห็นประชาชน และการทำประชามติครั้งสุดท้าย หากแต่ละขั้นตอนล่าช้า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจไม่แล้วเสร็จทันการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภูมิใจไทยกับข้อจำกัดด้านเวลา

นายนิกรประเมินว่า รัฐสภามีเวลาผลักดันกระบวนการสำคัญถึงวันที่ 22 ธันวาคม ก่อนปิดสมัยประชุม หากไม่สามารถรับหลักการและตั้งกรรมาธิการได้ทัน อาจต้องรอการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญในปี 2570 ซึ่งจะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปอีกอย่างน้อย 3 เดือน

แม้ในช่วงปิดสมัยประชุมจะมีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมาธิการจะพิจารณาร่างไปพลางก่อนได้ แต่การลงมติของรัฐสภายังต้องรอการเปิดสมัยประชุมครั้งใหม่ นอกจากนี้ หลังรัฐสภาเห็นชอบแล้ว ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 100 วันสำหรับการออกเสียงประชามติ รวมถึงการจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับ สสร. และการรับฟังความเห็นประชาชน ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 ปี ก่อนจะนำไปสู่ประชามติขั้นสุดท้ายอีกหลายเดือน

เมื่อรวมกับการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องอีกประมาณ 6 เดือน จึงเห็นได้ว่ากรอบเวลาอาจไม่เพียงพอ หากทุกฝ่ายยังรอจังหวะทางการเมืองหรือชะลอการเสนอร่างออกไป การเดินหน้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็อาจไม่ทันตามความคาดหวังของประชาชน

ฝ่ายค้านและไอลอว์ควรเร่งเสนอร่างต่อรัฐสภา

นายนิกรกล่าวถึงร่างของพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ว่า แม้แต่ละพรรคมีแนวทางจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เสนอร่างต่อประธานรัฐสภาอย่างเป็นทางการ ขณะที่ร่างของภาคประชาชนที่ไอลอว์ดูแลก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าอยู่ในขั้นตอนใด ทั้งที่มีรายชื่อครบตามจำนวนที่กำหนดแล้ว

เขาตั้งคำถามว่า เหตุใดร่างจากภาคประชาชนจึงยังไม่ถูกส่งเข้าสู่สภา และขอให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการโดยไม่ควรนำเรื่องนี้มาเป็นเกมการเมือง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นเรื่องของประชาชนโดยตรง หากทุกฝ่ายยืนยันว่าต้องการฟังเสียงประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง ก็ควรแสดงความจริงใจด้วยการเดินหน้าเสนอร่างและเปิดให้มีการพิจารณาโดยเร็ว

  • ร่างของพรรคภูมิใจไทยถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว
  • ร่างของฝ่ายค้านยังอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอรัฐสภา
  • ร่างภาคประชาชนที่ไอลอว์ดูแลควรเร่งยื่นเข้าสู่กระบวนการ
  • กรอบเวลาการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่มีข้อจำกัดอย่างมาก

แนวทางแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับและรายมาตรา

สำหรับแนวทางการแก้ไข นายนิกรยืนยันว่า เป้าหมายหลักของพรรคภูมิใจไทยคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ เพราะผลประชามติสะท้อนว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่เพียงการแก้ไขรายมาตรา อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอการจัดทำฉบับใหม่ พรรคอาจเสนอแก้ไขรายมาตราในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ การปกครองท้องถิ่น และรายละเอียดบางส่วนของระบบเลือกตั้ง

ประเด็นหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาคือการกำหนดหมายเลขผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตให้เป็นหมายเลขเดียวกับพรรคการเมือง ซึ่งมีข้อเสนอจากฝ่ายวุฒิสภา แต่การแก้ไขเรื่องดังกล่าวอาจเป็นเพียงประเด็นเล็กเมื่อเทียบกับปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ นายนิกรจึงมองว่า หากจะปรับเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง ควรรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน ไม่ควรตัดสินใจโดยยึดความต้องการของฝ่ายการเมืองเพียงฝ่ายเดียว

ในส่วนของระบบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา นายนิกรระบุว่าเคยแสดงความเห็นมานานแล้วว่า ระบบการเลือกกันเองอาจนำไปสู่ปัญหา โดยมองว่าต้นเหตุอยู่ที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการจัดการกับคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือสมาชิกวุฒิสภา

เขาเห็นว่า การแก้ไขควรดำเนินการให้ตรงจุด ทั้งการปรับปรุงรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบ และระเบียบที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยทุกหน่วยงานรวมถึงศาลต้องปฏิบัติและวินิจฉัยภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญเดียวกัน ดังนั้น การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงอาจเป็นทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาเชิงระบบได้มากกว่าการแก้ไขเฉพาะปลายเหตุ

โดยสรุป ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภูมิใจไทย ได้เข้าสู่ระเบียบวาระของรัฐสภาแล้ว แต่ร่างจากฝ่ายค้านและภาคประชาชนยังต้องเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้กระบวนการล่าช้า ประเด็นนี้ไม่ควรเป็นเพียงการแข่งขันทางการเมือง แต่ควรเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง หากทุกฝ่ายต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้นจริง ควรเร่งเสนอร่าง เปิดเผยข้อมูล และเดินหน้าตามกรอบเวลาอย่างโปร่งใส

มุมมองที่น่าติดตามคือ การผลักดันรัฐธรรมนูญใหม่จะสำเร็จได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของรัฐสภา ฝ่ายค้าน ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายควรใช้เวลาที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เสียงของประชาชนได้รับการแปลงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม

ที่มา – ‘นิกร’ชี้ร่างแก้ไขรธน.ฉบับ’ภูมิใจไทย’เข้าแล้ว ร่าง’ฝ่ายค้าน-ไอลอว์’อยู่ไหน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *