ร.อ.ธรรมนัส ร่วม 2 รมต.กล้าธรรม ลงพื้นที่น่าน ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
ร.อ.ธรรมนัส ลุยน่านท่วม สานพลังรัฐ-ประชาชน
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และหาแนวทางเร่งด่วนในการฟื้นฟูพื้นที่ โดยเฉพาะ โรงเรียนและบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ปีนี้น่านท่วมหนัก เสียหายมหาศาล
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองน่านมีความรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมจมจนเกือบทั้งเมือง ซึ่งในอดีตขณะที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนเคยสั่งให้ทำการศึกษาเส้นทางการระบายน้ำท่วม โดยมีแผนเป็นระบบ แต่เมื่อยุติบทบาทไปก่อน สิ่งที่วางไว้จึงไม่ได้รับการต่อเนื่อง
“หากปีหน้าไม่เร่งดำเนินการแก้ไข จะเกิดวิกฤตใหญ่ซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องจัดระบบจัดการน้ำให้เป็นรูปธรรมตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจทำให้เกิดความเสียหายระดับมหาศาล
การศึกษาต้องไม่หยุดแม้น้ำท่วม
ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เห็นว่าปัญหาหลังน้ำลดคือโรงเรียนจำนวนมากยังได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน และเอกสารทางราชการ โดยหลายแห่งจำเป็นต้องเช่าวัสดุหรือที่พักและใช้เงินส่วนตัวในการดำเนินการ
- การซ่อมแซมและฟื้นฟูโรงเรียนต้องเร่งดำเนินการ เพื่อป้อนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- ก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือหลายแห่ง เช่นที่ อ.เวียงสา เพื่อเป็นจุดกระจายอุปกรณ์และสนับสนุน
- รมว.ศึกษาฯ ขอผู้บริหารและครูทุกแห่งสำรวจความเสียหาย และรายงานไปยัง สพฐ. เพื่อขอรับงบกลางจากคณะรัฐมนตรี
เกษตรฯ เดินหน้าจัดการน้ำ กวาดล้างหลังน้ำท่วม
ในด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยฯ ระบุว่าขณะนี้มีการใช้งานเครื่องมือขนาดใหญ่จากกรมชลประทาน เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและบ้านเรือน โดยเฉพาะการกำจัดดินโคลนหนาแน่น
นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับกระทบจากการปลูกพืช โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการแจกเมล็ดพันธุ์ข้าว และสนับสนุนปุ๋ย ในส่วนปศุสัตว์ เช่น วัว ควาย ที่เสียหาย กรมปศุสัตว์เตรียมจัดหาอาหารและดูแลให้ใกล้ชิด
กล้าธรรมเดินหน้าน่าน ฟื้นฟูอย่างยั่งยืน
ระบบน้ำท่วมในน่าน เปิดประเด็นสำคัญว่ารัฐต้องคาดการณ์และวางแผนรับมือมากขึ้น โดยเฉพาะกับพื้นที่เสี่ยง ซึ่งหากไม่จัดลำดับความสำคัญในตอนนี้ อาจสูญเสียมากขึ้นในอนาคต การฟื้นฟู หลังน้ำท่วมต้องไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องเป็นการสร้างระบบที่สามารถป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำได้ในระยะยาว
ทุกองค์กรในรัฐบาลและภาคประชาชน จำเป็นต้องร่วมมือกันเหมือนในกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พร้อมทีม 2 รัฐมนตรีจากกล้าธรรม ที่ลงไปดูแลสถานการณ์จริงๆ โดยรัฐมนตรีทั้งสองร่วมกันเร่งฟื้นฟูไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา อาหาร และความเสียหายจากเกษตร
สิ่งที่สังคมควรเห็นคือ ‘การร่วมมือ’ ระหว่างหน่วยงานต่างๆ มีผลอย่างมากในการแบ่งเบาภาระของผู้ประสบภัย ซึ่งหากประชาชนติดตามการอัพเดตและเชื่อมั่นในการดำเนินงานของรัฐ สิ่งเหล่านี้จะทำให้การฟื้นตัวเร็วขึ้น และรัฐสามารถออกแบบแผนตอบโต้ในอนาคตได้แม่นยำขึ้น
ที่มา – ‘ร.อ.ธรรมนัส’ ผนึกกำลัง 2 รมต.กล้าธรรม ลุยพื้นที่น้ำท่วม จ.น่าน เร่งฟื้นฟู ‘โรงเรียน-บ้านเรือน’