ลุยจับสวนทุเรียนแปลงใหญ่ แก่งกระจาน สวมสิทธิมาตรา 64

ลุยจับสวนทุเรียนแปลงใหญ่ แก่งกระจาน สวมสิทธิมาตรา 64

เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสวนทุเรียนแปลงใหญ่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งมีการใช้สิทธิ์ตามมาตรา 64 ในการครอบครองพื้นที่ แต่กลับพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายการบุกรุกและใช้พื้นที่ผิดกฎหมาย

สวนทุเรียนแปลงใหญ่ แอบใช้สิทธิ์มาตรา 64 ลอบใช้น้ำต้นน้ำ

จากการตรวจสอบระหว่างวันที่ 19–20 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ ฉก.ทส. ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการแย่งชิงน้ำดิบจากแม่น้ำปราณบุรี โดยมีการใช้น้ำจำนวนมากจากต้นน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนปลายน้ำ

พบว่ามีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3 จุด และบ่อพักน้ำ 4 บ่อ ภายในสวนทุเรียน ซึ่งใช้น้ำในปริมาณมาก ส่งผลให้แม่น้ำปราณบุรีแห้งขอด และประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถใช้น้ำได้ตลอดปี

บุกรุกป่าและโอนสิทธิ์ผิดกฎหมาย

การตรวจสอบพบพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำผิด 2 ราย รายแรก พบการขยายพื้นที่บุกรุกใหม่ จากแปลงทำกินตามมาตรา 64 ซึ่งเดิมมีพื้นที่ 16 ไร่ 2 งาน 26 ตารางวา แต่มีการให้บุคคลอื่นที่ไม่มีสิทธิตามกฎหมายเข้ามาใช้ประโยชน์ และมีการขยายพื้นที่เพิ่มอีกประมาณ 1 ไร่

การสืบสวนย้อนหลังพบว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่เคยเข้าตรวจสอบคดีลักลอบล่าสัตว์ในพื้นที่ใกล้เคียง แล้วพบการปลูกทุเรียนในแปลงดังกล่าว ต่อมามีบุคคลแสดงตนเป็นผู้ใช้พื้นที่ ยอมรับว่าเข้ามาทำกินตั้งแต่ปี 2560 โดยมีการแบ่งผลประโยชน์รายปี และมีแรงงานต่างด้าวทำงานในพื้นที่

อีกรายหนึ่ง พบสวนทุเรียนที่สวมสิทธิ์แปลงมาตรา 64 แปลงใหญ่ ซึ่งเดิมเป็นของเจ้าของ 19 ราย รวมพื้นที่ 241 ไร่ 1 งาน 23 ตารางวา แม้ไม่พบการบุกรุกเพิ่ม แต่พบการซื้อขาย เปลี่ยนมือ และให้บุคคลอื่นเข้าครอบครองแทน ซึ่งขัดต่อพระราชกฤษฎีกา มาตรา 64 ที่ห้ามโอนหรือให้บุคคลภายนอกเข้าทำกิน

ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมาย ทั้งมาตรา 19 (1) ฐานยึดถือ ครอบครอง แผ้วถาง ทำให้พื้นที่เสื่อมสภาพ มาตรา 19 (2) ฐานทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมสภาพ มาตรา 19 (6) ฐานเข้าไปดำเนินกิจการเพื่อหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกามาตรา 64 และส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ดำเนินคดีต่อไป

ปัญหาการใช้น้ำต้นน้ำต้องได้รับการแก้ไข

กรณีสวนทุเรียนแปลงใหญ่ แก่งกระจาน สวมสิทธิมาตรา 64 ลอบใช้น้ำต้นน้ำปราณบุรี เป็นตัวอย่างของปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ยั่งยืน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง

  • การใช้น้ำมากเกินไปทำให้แม่น้ำแห้ง
  • การบุกรุกและโอนสิทธิ์ผิดกฎหมาย
  • การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองพื้นที่อุทยาน

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ และต้องมีการวางแผนการใช้น้ำอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม

การตรวจสอบสวนทุเรียนแปลงใหญ่ แก่งกระจาน สวมสิทธิมาตรา 64 ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า การใช้สิทธิ์ตามกฎหมายต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวโดยทำลายสิ่งแวดล้อมและสิทธิของผู้อื่น

ที่มา – ยอมไม่ได้! ลุยจับ ‘สวนทุเรียนแปลงใหญ่’ แก่งกระจาน สวมสิทธิมาตรา 64 ลอบใช้น้ำต้นน้ำปราณบุรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *