ลุ้นปี 69 ‘วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร’ ได้ขึ้นทะเบียนเป็น ‘มรดกโลก’

ลุ้นปี 69 ‘วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร’ ได้ขึ้นทะเบียนเป็น ‘มรดกโลก’

ในปี พ.ศ. 2569 นี้ ถือเป็นปีที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งสำหรับวงการมรดกโลกของไทย โดยเฉพาะการพิจารณาขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

หลังจากการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 3/2568 ซึ่งมีการพิจารณาเอกสารการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งอนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมหลายแห่ง ทั้งในส่วนของเชียงใหม่และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการประเมินการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ว่า ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของศูนย์มรดกโลกได้ดำเนินการจัดทำรายงานและส่งต่อไปยังศูนย์มรดกโลกแล้ว

รายงานดังกล่าวจะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 ณ สาธารณรัฐเกาหลี โดยคาดการณ์ว่าแหล่ง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มีโอกาสสูงที่จะได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย

เหตุใดวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจึงมีความสำคัญ

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาของไทยมาช้านาน ด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม และความเชื่อมโยงกับพุทธศาสนาในภาคใต้ ทำให้วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางจิตใจของพุทธบริษัททั้งในและต่างประเทศ

ความโดดเด่นของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ไม่ได้อยู่เพียงแค่สถาปัตยกรรม แต่ยังรวมถึงพื้นที่โดยรอบที่มีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี

ความคืบหน้าของแหล่งมรดกโลกอื่น ๆ

นอกจาก วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร แล้ว ที่ประชุมยังได้รายงานความคืบหน้าของการขึ้นทะเบียนแหล่งอื่น ๆ อาทิ

  • แหล่งอนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนที่ 1 คือตัวเมืองเชียงใหม่และโบราณสถานสำคัญ 5 แห่ง เช่น คูเมืองกำแพงเมืองเชียงใหม่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ และวัดสวนดอก ส่วนที่ 2 ประกอบด้วยวัดอุโมงค์และวัดพระธาตุดอยสุเทพ และส่วนที่ 3 คือวัดเจ็ดยอด
  • แหล่งพระธาตุพนม ซึ่งศูนย์มรดกโลกได้แจ้งผลการตรวจสอบทางเทคนิคว่าเอกสารขอรับการประเมินขั้นต้นมีความถูกต้องตามข้อกำหนด และได้ส่งต่อให้กับองค์กรที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับการขึ้นทะเบียนแหล่งอนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ได้มีการปรับแก้ไขตามข้อคิดเห็นของศูนย์มรดกโลกและข้อแนะนำต่อร่างเอกสาร จำนวน 11 ประเด็น ก่อนจะนำเสนอเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกในรอบวันที่ 30 มกราคม 2569

ความหวังของคนไทยต่อมรดกโลก

การที่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มีโอกาสถูกประกาศเป็นมรดกโลกในปี 2569 ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของไทยในเวทีโลก

การได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ยังเป็นการกระตุ้นให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์และดูแลรักษาโบราณสถานให้อยู่คู่กับคนไทยตลอดไป

ที่มา – ลุ้นปี 69 ‘วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร’ ได้ขึ้นทะเบียนเป็น ‘มรดกโลก’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *