วรภัค ยันไม่ขึ้น VAT ลดหนี้ เจรจาภาษีสหรัฐ
ในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายประการ การเคลื่อนไหวของรัฐบาลชุดใหม่จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายด้านการเงินการคลัง ล่าสุด นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญที่ช่วยคลายความกังวลของประชาชนและภาคธุรกิจ
วรภัค ยันไม่มีแนวคิดเสนอขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ย้ำเดินหน้าลดหนี้ เจรจาภาษีสหรัฐ
หลังจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการคลังในวันแรกของการทำงาน นายวรภัค ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีแนวคิดหรือแผนการเสนอปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในขณะนี้ เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลชั่วคราวที่มีเวลาดำเนินการเพียง 4 เดือนเท่านั้น การโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กที่ถูกตีความผิดเพี้ยนนั้น ไม่ใช่การแนะนำให้ขึ้นภาษี แต่เป็นการหารือในเชิงวิชาการเท่านั้น ข้อความนี้ช่วยลดความกังวลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนที่กลัวภาระภาษีจะเพิ่มขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
นอกจากนี้ นายวรภัค ยังเน้นย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าดำเนินการตามนโยบายที่กำหนดไว้ โดยอ้างอิงคำสั่งของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มุ่งเห็น ‘แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์’ ภายใน 4 เดือนนี้ การทำงานจะเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพมากขึ้น
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนโยบายสำคัญ
หนึ่งในวาระสำคัญคือการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่ง ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้รับความนิยมและช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชน รัฐบาลจะเสริมสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจ ลดภาระหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนและหนี้ภาครัฐที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันนโยบายด้านพลังงานเพื่อลดต้นทุนการผลิต และที่สำคัญคือการเจรจากับสหรัฐอเมริกาเรื่องภาษีการค้าที่อาจกระทบต่อการส่งออกของไทย นายวรภัค ซึ่งมีประสบการณ์จากกระทรวงการคลังมานาน ยืนยันว่าจะวางรากฐานการคลังให้สมดุล โดยจัดการการจัดเก็บรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และควบคุมหนี้สาธารณะให้มีวินัย ยั่งยืน และมั่นคง
การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว แต่ยังปูทางให้รัฐบาลถาวรในอนาคตสามารถสานต่อได้อย่างราบรื่น ตัวอย่างเช่น โครงการลดหนี้จะช่วยบรรเทาความกดดันให้กับ SME และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ขณะที่การเจรจาภาษีสหรัฐจะปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของไทยในตลาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
มุมมองต่อการปรับลดแนวโน้มจากฟิทช์
ส่วนประเด็นที่ฟิทช์ เรทติงส์ ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของไทยจาก ‘มีเสถียรภาพ’ เป็น ‘เชิงลบ’ นั้น นายวรภัค มองว่าเกิดจากปัจจัยหลักสองประการ คือ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และวินัยการเงินการคลังที่ฐานะการคลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม เขาให้ความมั่นใจว่าผลกระทบจะไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากไทยกู้ยืมจากต่างประเทศในสัดส่วนที่น้อย รัฐบาลจึงยังมีพื้นที่ในการบริหารจัดการเพื่อรักษาความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
ในภาพรวม การประกาศนโยบายของนายวรภัค ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยไม่เพิ่มภาระให้ประชาชน การลดหนี้และเจรจาภาษีจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นโยบายเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเป็นรากฐานที่ดีสำหรับอนาคต หากคุณกำลังกังวลเรื่องภาษีหรือหนี้สิน แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการเงินส่วนตัวให้เหมาะสม
ที่มา – วรภัค ยันไม่มีแนวคิดเสนอขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ย้ำเดินหน้าลดหนี้ เจรจาภาษีสหรัฐ