วัชระพลลงพื้นที่สามโคก ติดตามน้ำ วางแผนรับฝน

สถานการณ์ฝนและน้ำในพื้นที่ปทุมธานียังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่เกษตรนอกแนวคันกั้นน้ำ ล่าสุด นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามระดับน้ำ รับฟังปัญหาจากเกษตรกร และเตรียมแนวทางรับมือฝนระลอกใหม่ที่อาจส่งผลต่อประชาชนและภาคการเกษตร

วัชระพลลงพื้นที่สามโคก ติดตามน้ำ วางแผนรับฝน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ครอบคลุมบริเวณวัดหงษ์ปทุมาวาส ตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี รวมถึงพื้นที่อำเภอสามโคก ซึ่งมีทั้งชุมชนริมน้ำ แพปลา ร้านอาหารริมแม่น้ำ และกลุ่มผู้เลี้ยงปลา โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์น้ำและนำข้อมูลไปกำหนดมาตรการช่วยเหลือให้ตรงกับความเดือดร้อนจริง

จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคมมีโอกาสเกิดฝนในหลายพื้นที่ และอาจมีฝนตกหนักอีกระลอกในช่วงวันที่ 9-12 ตุลาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านการระบายน้ำ การแจ้งเตือนประชาชน และการดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

แนวทางรับมือฝนและน้ำท่วมสำหรับเกษตรกร

นายวัชระพลระบุว่า การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นระดับเฝ้าระวังสูง พื้นที่นอกคันกั้นน้ำหรือชุมชนริมแม่น้ำในอำเภอเมืองปทุมธานีและอำเภอสามโคกอาจได้รับผลกระทบ ระดับน้ำริมฝั่งอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 20-60 เซนติเมตร และทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่เกษตร และกิจการริมน้ำได้

สำหรับพื้นที่ที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ แม้ยังมีความปลอดภัยมากกว่า แต่ประชาชนควรเฝ้าระวังจุดรั่วซึม คลองสาขา และช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ส่วนเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรเตรียมแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่พร้อมขาย และการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่สูงหรือสถานที่ปลอดภัย

  • เร่งเก็บเกี่ยว: พืชผลที่มีอายุพร้อมเก็บควรนำออกจากแปลงก่อนระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น
  • ย้ายสัตว์เลี้ยง: ควรเตรียมพื้นที่สำรอง อาหารสัตว์ และเส้นทางขนย้ายให้พร้อม
  • ติดตามประกาศ: ตรวจสอบข้อมูลจากจังหวัด กรมชลประทาน และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
  • ป้องกันความเสียหาย: ย้ายเครื่องมือการเกษตร อาหารสัตว์ และวัสดุสำคัญขึ้นไว้ในที่สูง

หลักเกณฑ์เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย

เกษตรกรที่ต้องการขอรับการเยียวยาจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือมีสมุดทะเบียนเกษตรกรเล่มเขียว และต้องมีความเสียหายเกิดขึ้นจริง โดยพืชที่อยู่ในเกณฑ์ ได้แก่ ข้าว พืชผัก พืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้น สามารถขอรับการชดเชยได้ไม่เกิน 30 ไร่ต่อราย ทั้งนี้ การตรวจสอบพื้นที่และความเสียหายจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาความช่วยเหลือ

ด้านการประมง มีการกำหนดอัตราช่วยเหลือตามประเภทการเลี้ยง เช่น กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล อัตรา 12,350 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย ส่วนปลาหรือสัตว์น้ำอื่นที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน อยู่ที่ 4,890 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย ขณะที่สัตว์น้ำในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือลักษณะใกล้เคียงกัน ช่วยเหลือ 390 บาทต่อตารางเมตร ไม่เกิน 80 ตารางเมตรต่อราย

ระยะเวลาน้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและน้ำทะเลหนุน หากไม่มีฝนตกหนักซ้ำ คาดว่าระดับน้ำจะค่อย ๆ ลดลงและมีโอกาสกลับเข้าสู่ภาวะปกติช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคม แต่หากเกิดฝนระลอกใหม่ ระยะเวลาน้ำท่วมขังอาจยืดเยื้อไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ดังนั้น การวางแผนล่วงหน้าจึงมีความสำคัญมากกว่าการรอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยแก้ไข

ช่วยเกษตรกรและลดภาระผู้บริโภค

นอกจากการติดตามน้ำแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเตรียมใช้พื้นที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. ในจังหวัดต่าง ๆ เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าให้เกษตรกรที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสามารถขายผลผลิตถึงมือผู้บริโภคโดยตรง แนวทางนี้ช่วยลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้ และช่วยบรรเทาปัญหาสินค้าขาดตลาดหรือราคาสูงขึ้น

พื้นที่ที่เตรียมสนับสนุนการจำหน่ายสินค้า ได้แก่ กรุงเทพฯ พิษณุโลก และนครสวรรค์ โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลกินเจ ซึ่งความต้องการผักและสินค้าการเกษตรอาจเพิ่มขึ้น การเปิดช่องทางขายตรงจึงเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

วัชระพลลงพื้นที่สามโคก ติดตามน้ำ วางแผนรับฝน สะท้อนว่าการรับมืออุทกภัยจำเป็นต้องทำพร้อมกันหลายด้าน ทั้งการระบายน้ำ การแจ้งเตือน การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการรักษาเส้นทางจำหน่ายสินค้า เกษตรกรควรเร่งประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ตัวเอง เก็บเกี่ยวสิ่งที่ทำได้ และย้ายสัตว์เลี้ยงโดยไม่รอให้น้ำเพิ่มสูง ขณะที่ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวได้ทันและลดความเสียหายให้น้อยที่สุด

ในมุมมองของผู้เขียน การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้จะช่วยลดผลกระทบได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขอให้เกษตรกรและชุมชนริมน้ำจัดทำแผนฉุกเฉินร่วมกัน พร้อมบันทึกความเสียหายและติดตามสิทธิการเยียวยาอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ‘วัชระพล’ ลงพื้นที่สามโคก ติดตามน้ำ-วางแผนรับฝน แนะเร่งเก็บผลผลิต-ย้ายสัตว์เลี้ยง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *