วัดพระบาทน้ำพุ ผู้ป่วยขออยู่ตามอัตภาพ แม้ไม่มีใครบริจาค
เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่วัดพระบาทน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พระครูสุวัฒน์กิตติสาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เปิดเผยถึงสถานการณ์ของผู้ป่วยที่ยังคงอยู่ในวัดแห่งนี้ หลังจากที่มีการวางแผนจากรัฐให้ย้ายไปอยู่สถานที่เหมาะสมเพื่อรับการรักษาอย่างมีหลักสูตร
วัดพระบาทน้ำพุ เป็นที่พึ่งของผู้ป่วยที่ขาดแรงสนับสนุน
สถานการณ์ในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่า วัดพระบาทน้ำพุ กลายเป็นสถานที่สุดท้ายของผู้ป่วยบางรายที่ไม่มีผู้ดูแล มีความรู้สึกผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้ บางคนเลยบอกตรงๆ ว่า “ขอตายที่นี่ก็แล้วกัน” เพราะไม่อยากย้ายไปไหนอีก
ไม่มีใครกล้าบริจาค ขออยู่ “ตามอัตภาพ”
ทางด้านการเงิน พระครูสุวัฒน์กิตติสาร กล่าวว่า ทางวัดก็ไม่มีรายได้เพิ่มเติม มิมีผู้บริจาคใดเข้ามาสนับสนุน เพราะฉะนั้นต้องขอ “อยู่ตามอัตภาพ” คือ มีก็แบ่งกันกิน ไม่มีก็อด ทั้งผู้ป่วยและพระในวัดเข้าใจสถานการณ์นี้อย่างลึกซึ้ง
การอยู่ของผู้ป่วยภายใน วัดพระบาทน้ำพุ จึงกลายเป็นหัวข้อที่น่าให้ความสำคัญ และเป็นปัญหาระหว่างความเป็นธรรมกับความเป็นมารยาทของสังคม “เราคงไม่ไล่ไปไหน เพราะเรายังมีความรักและความเมตตาต่อกันในฐานะมนุษย์” พระเจ้าอาวาสกล่าว
- วัดพระบาทน้ำพุ กลายเป็นสถานพยาบาลชั่วคราว
- ผู้ป่วยปฏิเสธการย้ายออก
- ไม่มีทรัพยากรจากภายนอกเข้ามาหนุน
ประชาชนในบริเวณตำบลเขาสามยอด ได้เข้ามาร่วมสวดมนต์ เพื่อส่งพลังใจให้กับผู้ป่วย และอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตแล้ว ถือเป็นกำลังใจทางจิตใจที่สำคัญในช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูยากลำบาก
แม้รัฐจะมีความพยายามในการย้ายผู้ป่วยไปอยู่สถานที่เหมาะสม แต่ยังคงมีความขัดแย้งทางอารมณ์และจริยธรรม เพราะบางคนมองว่า วัดควรเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่สถานที่รักษาผู้ป่วยที่ไร้ซึ่งการสนับสนุน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเป็นมนุษย์ก็ต้องอยู่เสมอ
สถานการณ์ของ วัดพระบาทน้ำพุ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมที่ซับซ้อน ไม่ควรถูกตัดสินว่าผิดหรือถูก แต่ควรเป็นบทเรียนในการวางแผนบริการทางสังคมและการสาธารณสุขในระดับท้องถิ่นอย่างรอบด้าน
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความเห็นอกเห็นใจในความลำบากของผู้ป่วย และรู้สึกอยากทำอะไรบางอย่าง ลองส่งพลังบวกผ่านการสวดมนต์ หรือบริจาคตามกำลังศรัทธาผ่านองค์กรที่เกี่ยวข้อง
ที่มา – ‘วัดพระบาทน้ำพุ’ ทำใจไม่มีใครบริจาค ขออยู่ตามอัตภาพ ผู้ป่วยขอตายที่นี่!