วิโรจน์ชี้ ‘ใบ ป.5’ พุ่ง ยุคลุงจิ้นนั่ง มท.1
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า ทำไมร้านขายอาวุธปืนในบ้านเราถึงผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยชี้เป้าไปที่ยุคสมัยที่คุณชวรัตน์ ชาญวีรกูล หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ‘ลุงจิ้น’ พ่อของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายควบคุมอาวุธปืนในประเทศไทย
วิโรจน์ชี้ ‘ใบ ป.5’ พุ่ง ยุคลุงจิ้นนั่ง มท.1
เรื่องราวเริ่มต้นย้อนไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2535 ในขณะนั้นกระทรวงมหาดไทยได้ออกคำสั่งที่ 109/2535 เพื่อควบคุมจำนวนร้านค้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อความปลอดภัยของสังคม โดยในช่วงนั้นมีใบ ป.5 หรือใบอนุญาตร้านค้าเพียงแค่ 335 ใบเท่านั้น แต่ทว่าจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นในวันที่ 8 กันยายน 2552 เมื่อมีการออกคำสั่งใหม่ที่ 289/2552 เข้ามาแทนที่คำสั่งเดิม ทำให้การเปิดร้านค้าอาวุธปืนทำได้ง่ายขึ้นมาก
เปิดปูมหลังการเพิ่มขึ้นของใบ ป.5 ในอดีต
จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง พบตัวเลขที่น่าตกใจดังนี้ครับ:
- ก่อนปี 2552 มีใบอนุญาตเพียง 335 ใบเท่านั้น
- หลังปี 2552 จำนวนร้านค้าเพิ่มขึ้นถึง 150 ใบ ภายในระยะเวลาไม่นาน
- ข้อมูลปี 2555 ระบุว่ายอดใบอนุญาตพุ่งสูงถึง 502 ใบ ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 50% จากฐานเดิม
คุณวิโรจน์ตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้เคยเป็นประเด็นร้อนแรงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปี 2553 โดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้หยิบยกเรื่องการอนุมัติใบอนุญาตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใส แม้ในขณะนั้นคุณชวรัตน์จะชี้แจงว่าทำไปเพื่อลดการผูกขาดและทำให้ราคาปืนถูกลงเพื่อให้เกิดการแข่งขัน แต่ผลกระทบที่ตามมาก็คือจำนวนปืนในระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
การที่ผมหยิบยกเรื่องราวประวัติศาสตร์การเมืองเรื่อง วิโรจน์ชี้ ‘ใบ ป.5’ พุ่ง ยุคลุงจิ้นนั่ง มท.1 มาเล่าให้ฟัง ไม่ใช่เพื่อต้องการขุดคุ้ยอดีตเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้เห็นภาพรวมของนโยบายที่ส่งผลต่อความมั่นคงในปัจจุบัน ในช่วงที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังให้ความสำคัญกับปัญหาอาวุธปืน ข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยควรนำไปพิจารณาประกอบการวางมาตรการควบคุมอาวุธปืนในอนาคตให้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การจะแก้ปัญหาความรุนแรงในสังคมได้นั้น เราต้องเข้าใจต้นตอของการสะสมอาวุธปืนในระบบเสียก่อน
หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจที่มาที่ไปของจำนวนร้านปืนที่มากขึ้นในสังคมไทย เพื่อที่เราจะช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้ประเทศไทยปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ