‘ศรีสุวรรณ’จ่อยื่นป.ป.ช. พิจารณาชี้มูล ‘อิ้งค์’ ปมคลิปเสียง ส่งศาลฎีกา
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่ได้นำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้พิจารณาชี้มูลความผิดของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือที่เรียกกันในนาม ‘อิ้งค์’ หลังมีคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ
‘ศรีสุวรรณ’จ่อยื่นป.ป.ช. พิจารณาชี้มูล ‘อิ้งค์’ ปมคลิปเสียง ส่งศาลฎีกา
จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยว่า การเผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร และสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชานั้น เป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง การกระทำดังกล่าวได้ถูกตัดสินว่าไม่สอดคล้องกับหลักการของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติอย่างชัดเจน การตัดสินของศาลจึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญทางกฎหมายที่ ป.ป.ช. จะสามารถนำไปต่อยอดเพื่อชี้มูลความผิดและดำเนินการทางกฎหมายต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกหน่วยงาน
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้นำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้พิจารณากรณีการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงนี้ไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เป็นการยืนยันให้เห็นชัดเจนว่ามีความผิดจริง ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวมีผลผูกพันต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วน
ดังนั้น ป.ป.ช. จึงมีหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนด นั่นคือการชี้มูลความผิด และส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยลงโทษตามมาตรา 87 ร่วมกับมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 โดยไม่จำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมใด ๆ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุรายละเอียดอย่างชัดเจนแล้ว
ความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางจริยธรรม
กรณีนี้ถือเป็นการย้ำเตือนถึงความสำคัญของจริยธรรมในงานราชการและหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยิ่งไปกว่านั้นเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับหน่วยงานอิสระต่าง ๆ ว่าต้องยึดมั่นในหลักการตรวจสอบ การตรวจสอบ และการลงโทษผู้มีความผิดอย่างเที่ยงธรรม ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม
และเพื่อย้ำถึงความจริงจังของสถานการณ์ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้จัดทำคำแปลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ และเตรียมนำส่ง ป.ป.ช. ทันทีที่สำนักงานในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 10.00 น.
ในฐานะผู้มีสิทธิและหน้าที่ในการเฝ้าระวังการบริหารราชการแผ่นดิน ความริเริ่มของนายศรีสุวรรณและกลุ่มผู้ร่วมงานถือเป็นการส่งเสริมการตรวจสอบและการรักษาความโปร่งใสของระบบราชการอย่างแท้จริง
หากสำนักงาน ป.ป.ช. เร่งดำเนินการในขั้นตอนที่เหลือ เราอาจได้เห็นผลการตัดสินที่ชัดเจนภายในเวลาอันใกล้ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบราชการไทยและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคมโดยรวม
กรณีนี้ไม่เพียงเป็นเรื่องของ ‘อิ้งค์’ แต่เป็นบททดสอบสำคัญของความโปร่งใสและความเที่ยงธรรมในระบบราชการของประเทศไทย.
ที่มา – ‘ศรีสุวรรณ’จ่อยื่นป.ป.ช. พิจารณาชี้มูล ‘อิ้งค์’ ปมคลิปเสียง ส่งศาลฎีกา