ศรีสุวรรณยื่น ป.ป.ช. สอบไอซ์ แชร์ข่าวปลอม
ประเด็นทางการเมืองและการใช้สื่อสังคมออนไลน์กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” สส.พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสลิปโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท
กรณีดังกล่าวเริ่มต้นจากเพจ “Godd Dam” เผยแพร่ภาพสลิปโอนเงิน โดยระบุชื่อผู้รับเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์นี้ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วและกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ก่อนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาชี้แจงและปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว
ศรีสุวรรณยื่น ป.ป.ช. สอบไอซ์ แชร์ข่าวปลอม
นายศรีสุวรรณระบุว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ ป.ป.ช. ไต่สวนและวินิจฉัยว่า การแชร์ข้อความหรือภาพที่อาจเป็นเท็จเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งควรใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ
ข้อมูลจากธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank Live ระบุว่า ธนาคารตรวจสอบแล้วไม่พบเลขที่บัญชีดังกล่าวในระบบ นอกจากนี้ ระบบ K PLUS ยังจำกัดวงเงินโอนสูงสุดไว้ที่ 5 ล้านบาทต่อวัน จึงเกิดข้อสงสัยต่อความถูกต้องของภาพสลิปที่ถูกนำมาเผยแพร่ ขณะเดียวกัน โฆษกรัฐบาลก็ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้เช่นกัน
ศรีสุวรรณยื่น ป.ป.ช. สอบไอซ์ แชร์ข่าวปลอม มีประเด็นใดบ้าง
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะและนักการเมือง การกดแชร์ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นความรับผิดชอบโดยอัตโนมัติ หากเนื้อหาที่เผยแพร่เป็นข้อมูลเท็จและก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้แชร์อาจต้องพิจารณาถึงผลกระทบทางกฎหมายและจริยธรรมเช่นเดียวกับผู้สร้างเนื้อหาต้นทาง
- การตรวจสอบข้อเท็จจริง: ผู้เผยแพร่ควรตรวจสอบแหล่งที่มา วันที่เผยแพร่ และข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนแชร์
- ผลกระทบต่อบุคคลอื่น: ข่าวหรือภาพเกี่ยวกับการโอนเงินอาจสร้างความเข้าใจผิดและทำให้บุคคลถูกกล่าวหาในทางเสียหาย
- ความรับผิดชอบของนักการเมือง: ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะการสื่อสารของบุคคลเหล่านี้มีอิทธิพลต่อสังคม
- กระบวนการตรวจสอบ: ป.ป.ช. จะเป็นผู้พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามขั้นตอน ไม่ใช่การตัดสินจากกระแสในโลกออนไลน์
สำหรับข้อกฎหมาย นายศรีสุวรรณอ้างว่า การเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จอาจเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 รวมถึงความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 อย่างไรก็ตาม การจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดของข้อความ เจตนา วิธีการเผยแพร่ และความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นรายกรณี
นอกจากประเด็นทางอาญาแล้ว ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องรักษาเกียรติศักดิ์และความน่าเชื่อถือของตำแหน่ง การยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. จึงเป็นการขอให้หน่วยงานอิสระตรวจสอบว่า พฤติกรรมดังกล่าวมีมูลเพียงใด และเข้าข่ายการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ทั้งนี้ การแชร์โพสต์ที่มีเนื้อหาอ่อนไหวควรทำด้วยความรอบคอบ ผู้ใช้งานทั่วไปควรอ่านข้อมูลให้ครบ ตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการส่งต่อเนื้อหาที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน เพราะแม้จะเป็นเพียงการกดแชร์ ก็อาจทำให้ข้อมูลแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
กรณีศรีสุวรรณยื่น ป.ป.ช. สอบไอซ์ แชร์ข่าวปลอม จึงเป็นอีกบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการใช้โซเชียลมีเดีย และสะท้อนว่าข้อมูลทางการเมืองควรถูกตรวจสอบอย่างรอบด้านก่อนเชื่อหรือเผยแพร่ต่อ สุดท้ายแล้ว ควรรอผลการพิจารณาจากหน่วยงานที่มีอำนาจ และติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้มากกว่าการตัดสินจากกระแสออนไลน์เพียงอย่างเดียว
ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบที่มา และคิดให้รอบคอบก่อนกดแชร์ เพราะการสื่อสารอย่างรับผิดชอบช่วยลดความเข้าใจผิดและทำให้สังคมออนไลน์มีคุณภาพมากขึ้น
ที่มา – ‘ศรีสุวรรณ’ยื่นป.ป.ช. สอบ’ไอซ์-รักชนก’ แชร์ข่าวปลอมสลิปโอนเงิน 7 ล้าน