ศาลอาญาส่งคดีนิรโทษกรรมปิดสนามบินดอนเมือง
ศาลอาญาส่งคดีนิรโทษกรรมปิดสนามบินดอนเมือง ให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาคำร้อง หลังจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ พธม. ยื่นขอให้จำหน่ายคดีตามกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 โดยอัยการฝ่ายโจทก์แถลงไม่คัดค้านคำร้องดังกล่าว
เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจ เนื่องจากคดีมีความเกี่ยวข้องกับการปิดล้อมท่าอากาศยานดอนเมืองในช่วงวันที่ 24 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม 2551 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการดำเนินงานของสนามบินในขณะนั้น ขณะเดียวกัน คดีอาญาดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ทำให้ศาลอาญาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ควรเป็นผู้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องนิรโทษกรรม
ศาลอาญาส่งคดีนิรโทษกรรมปิดสนามบินดอนเมือง
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำสั่งในคดีหมายเลขดำ อ973/2556 ซึ่งอัยการคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมจำเลยรวม 32 คน ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ มั่วสุม และก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง
ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาเคยมีคำพิพากษายกฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และสมาชิกกลุ่ม พธม. รวม 32 คน ในข้อหาเป็นกบฏและก่อการร้าย จากกรณีร่วมกันปิดล้อมท่าอากาศยานดอนเมือง อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์
ศาลอาญาส่งคดีนิรโทษกรรมปิดสนามบินดอนเมืองตามขั้นตอนกฎหมาย
จำเลยได้ยื่นคำร้องขอจำหน่ายคดีออกจากสารบบตามพระราชบัญญัติเสริมสร้างสันติสุข พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยขอให้ศาลพิจารณาผลของกฎหมายดังกล่าวต่อคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองในอดีต
ในการพิจารณาคำร้อง ศาลได้สอบถามความเห็นจากอัยการโจทก์ และพนักงานอัยการฝ่ายโจทก์แถลงว่าไม่คัดค้าน อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงมีคำสั่งส่งคำร้องขอจำหน่ายคดีไปยังศาลอุทธรณ์ เพื่อให้ศาลที่กำลังพิจารณาคดีเป็นผู้มีคำสั่งต่อไป
เหตุผลที่ต้องส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์
การส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา สะท้อนหลักการดำเนินกระบวนการยุติธรรมที่ให้ศาลซึ่งกำลังพิจารณาคดีอยู่เป็นผู้วินิจฉัยประเด็นที่อาจมีผลต่อคดีโดยตรง แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว แต่เมื่อมีการอุทธรณ์ คดียังถือว่าอยู่ในกระบวนการพิจารณา และคำร้องเกี่ยวกับการจำหน่ายคดีหรือการนิรโทษกรรมจึงต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานะของคดี
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าจำเลยจะได้รับประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ แต่ยังรวมถึงการตีความขอบเขตของกฎหมาย เงื่อนไขของผู้มีสิทธิ และผลทางกฎหมายต่อคดีที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ด้วย ศาลอุทธรณ์จึงต้องพิจารณารายละเอียดของคำร้อง รวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์และสถานะของคดีอย่างรอบคอบ
- คดีเดิม: เกี่ยวข้องกับการปิดล้อมท่าอากาศยานดอนเมืองในปี 2551
- จำเลย: พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และสมาชิกกลุ่ม พธม. รวม 32 คน
- คำพิพากษาศาลชั้นต้น: ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องในข้อหาที่เกี่ยวข้อง
- สถานะปัจจุบัน: คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์
- คำสั่งล่าสุด: ส่งคำร้องนิรโทษกรรมให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา
ผลที่ประชาชนควรติดตามหลังจากนี้
หลังจาก ศาลอาญาส่งคดีนิรโทษกรรมปิดสนามบินดอนเมือง ไปยังศาลอุทธรณ์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรอคำสั่งของศาลอุทธรณ์ว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาอย่างไร และกฎหมายดังกล่าวจะมีผลต่อคดีหรือจำเลยแต่ละรายในระดับใด การพิจารณาอาจครอบคลุมทั้งเงื่อนไขของการนิรโทษกรรม ลักษณะความผิด และสถานะของคดีในชั้นอุทธรณ์
เรื่องนี้ยังเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนความซับซ้อนของคดีการเมืองและคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในอดีต เพราะนอกจากข้อเท็จจริงในเหตุการณ์แล้ว ยังมีประเด็นด้านกฎหมายและขั้นตอนศาลเข้ามาเกี่ยวข้องหลายส่วน ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลจากคำสั่งศาลและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ โดยไม่ด่วนสรุปผลก่อนศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ
โดยสรุป การที่ศาลอาญาส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดเป็นการดำเนินการตามสถานะของคดี และช่วยให้การพิจารณาเป็นไปตามขั้นตอนที่เหมาะสม ความเห็นหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในลำดับต่อไปจะเป็นประเด็นสำคัญที่กำหนดทิศทางของคดีนี้
ติดตามคำสั่งศาลอุทธรณ์อย่างใกล้ชิด เพราะผลการพิจารณาจะช่วยให้สังคมเห็นความชัดเจนทั้งในด้านสิทธิของจำเลยและแนวทางการใช้กฎหมายนิรโทษกรรมกับคดีที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์
ที่มา – ศาลอาญา ส่งคำร้องนิรโทษกรรม ‘พธม.ปิดสนามบินดอนเมือง’ ให้ศาลอุทธรณ์ชี้ขาด