ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่งคดี 39 แกนนำ กปปส.
ศาลอาญามีคำสั่งเลื่อนการฟังคำสั่งในคดีของแกนนำกลุ่ม กปปส. รวม 39 คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองและการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ในช่วงปี 2556-2557 โดยการเลื่อนครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะจำเลยและฝ่ายอัยการอยู่ระหว่างการยื่นฎีกา ทำให้ศาลยังไม่สามารถดำเนินการตามนัดเดิมได้
คดีดังกล่าวเป็นคดีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวกรวม 39 คน ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏและข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง เหตุการณ์ในคดีเป็นช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล และมีการประกาศแนวทางชัตดาวน์กรุงเทพฯ จนกลายเป็นหนึ่งในคดีการเมืองที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง
ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่งคดี 39 แกนนำ กปปส.
ในวันที่ 12 ต.ค. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีนัดฟังคำสั่งที่ห้องพิจารณา 708 อย่างไรก็ตาม ศาลตรวจสอบแล้วพบว่าคดีอยู่ระหว่างการยื่นฎีกาของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายอัยการ จึงมีคำสั่งเลื่อนการฟังคำสั่งออกไปก่อน การดำเนินการขั้นต่อไปจะต้องรอคำสั่งจากศาลฎีกา ซึ่งยังไม่มีกรอบเวลาที่แน่นอน
ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่งคดี 39 แกนนำ กปปส. เพราะอยู่ระหว่างฎีกา
นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของกลุ่มแกนนำ กปปส. เปิดเผยว่า หลังพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างสันติสุขมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กฎหมายได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับกรณีการชุมนุมทางการเมืองย้อนหลังตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ฝ่ายจำเลยจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองออกจากสารบบ
ทนายความระบุว่า การยื่นคำร้องไม่ได้จำกัดเฉพาะคดีนี้ แต่ดำเนินการในคดีอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากคดีมีจำเลยจำนวนมาก ฝ่ายอัยการจึงยื่นฎีกา ขณะที่จำเลยที่ 1 และทนายความก็ยื่นฎีกาควบคู่กันไป โดยเบื้องต้นศาลรับฎีกาไว้พิจารณาแล้ว แต่มีการออกหมายนัดฟังคำสั่งก่อนที่จะตรวจสอบสถานะของคดีอย่างละเอียด
- คดีมีจำเลยรวม 39 คน ซึ่งเป็นแกนนำและผู้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม กปปส.
- ฝ่ายอัยการและจำเลยต่างอยู่ระหว่างการยื่นฎีกา
- ศาลอาญาจึงเลื่อนการฟังคำสั่งตามนัดเดิม
- สำนวนคดีจะถูกส่งต่อไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาตามอำนาจหน้าที่
สำหรับจำเลยที่ยื่นฎีกา ไม่ได้มีเพียงนายสุเทพเท่านั้น แต่ยังมีจำเลยอีกหลายคนที่ดำเนินการไปแล้ว เหลือประมาณ 6-7 คนที่อยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารและยื่นฎีกา โดยหลักแล้วการฎีกาเป็นสิทธิของจำเลยแต่ละราย อย่างไรก็ตาม หากศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่าประเด็นที่ยื่นเป็นเหตุแห่งคดี ก็อาจมีผลครอบคลุมถึงจำเลยรายอื่นที่ไม่ได้ยื่นฎีกาได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและคำวินิจฉัยของศาล
หลังจากนี้ ศาลอาญาจะต้องส่งสำนวนคดีไปยังศาลฎีกา เนื่องจากคดีอยู่ในขั้นตอนที่ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาแล้ว การนัดหมายครั้งใหม่จึงต้องรอให้ศาลฎีกามีคำสั่งลงมา จากนั้นจะแจ้งให้ทนายความของจำเลยแต่ละคนทราบต่อไป โดยทนายความที่ดูแลคดีระบุว่าจะประสานงานกับจำเลยทั้ง 39 คนให้ครบถ้วน แม้การติดต่อบางรายอาจมีอุปสรรคจากการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์หรือไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันไลน์ได้
ประเด็นสำคัญของข่าวนี้คือกระบวนการทางกฎหมายยังไม่สิ้นสุด และการเลื่อนฟังคำสั่งไม่ได้หมายความว่าศาลมีคำตัดสินใหม่ต่อจำเลยแล้ว ผู้ติดตามข่าวควรแยกให้ออกระหว่างการเลื่อนนัด การรับฎีกา และคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อทำความเข้าใจสถานะของคดีอย่างถูกต้อง
โดยสรุป ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่งคดี 39 แกนนำ กปปส. เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการฎีกา ขั้นตอนต่อไปจึงขึ้นอยู่กับคำสั่งของศาลฎีกา สำหรับประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ ควรรอข้อมูลจากศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข่าวหรือการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน
ที่มา – ศาลอาญาเลื่อนฟังคำสั่งคดี 39 แกนนำ พากลุ่มม็อบกปปส. ชัตดาวน์กรุงเทพฯ