ศาลแพ่งยกฟ้องคดีประธาน กสทช.
ศาลแพ่งมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ประธาน กสทช. ยื่นฟ้องกรรมการ กสทช. และบริษัทสื่อแห่งหนึ่ง โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 20 ล้านบาท หลังมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับการทำงานภายในสำนักงาน กสทช. คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคม เพราะเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจ การตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ และขอบเขตการแสดงความคิดเห็นของกรรมการที่มีหน้าที่ร่วมกันบริหารองค์กร
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ในวันนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ พ 5748/2567 โดยนายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เป็นโจทก์ ฟ้องกรรมการ กสทช. 4 ราย ได้แก่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรอง รามสูตร รองศาสตราจารย์ศุภัช ศุภาชลาศัย และรองศาสตราจารย์สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ รวมถึงบริษัท อิศรา ไทยเพรส เดเวลอปเมนท์ เป็นจำเลย
ศาลแพ่งยกฟ้องคดีประธาน กสทช.
โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยร่วมกันกระทำละเมิดและไขข่าว ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และภาพลักษณ์ส่วนตัว จากการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. โดยขอให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 20 ล้านบาท ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นเป็นการทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบของกรรมการ
ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ประเด็นที่กรรมการ กสทช. แถลงข่าวมีทั้งหมด 6 เรื่อง ล้วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานและการดำเนินงานขององค์กร ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของโจทก์ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- การใช้อำนาจของประธาน กสทช. เพียงผู้เดียวในการสรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการ กสทช.
- การไม่ดำเนินการตามมติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 12/2566 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 ซึ่งมีมติเสียงข้างมากให้เปลี่ยนตัวผู้รักษาการเลขาธิการ กสทช.
- การไม่นำวาระปรับปรุงโครงสร้างสำนักงาน กสทช. เข้าสู่การพิจารณา ทั้งที่ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว
- การไม่ดำเนินการให้กรรมการ กสทช. พิจารณางบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน กสทช. ประจำปี 2567
- การไม่บรรจุวาระสำคัญเข้าสู่การประชุม กสทช. จนทำให้ภารกิจบางส่วนหยุดชะงัก
- การกำหนดวันประชุม กสทช. เอง และแจ้งกำหนดการประชุมในระยะเวลากระชั้นชิด
เหตุผลที่ศาลแพ่งยกฟ้องคดีประธาน กสทช.
ศาลเห็นว่า กรรมการ กสทช. ทั้ง 4 รายมีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการทำงานภายในองค์กร เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ดังนั้น กรรมการจึงสามารถแสดงความคิดเห็น ทักท้วง หรือตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานขององค์กรได้ หากการแสดงความคิดเห็นนั้นอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
ศาลยังพิจารณาด้วยว่า ข้อมูลที่กรรมการนำไปแถลงข่าวไม่ใช่ข้อกล่าวหาที่สร้างขึ้นใหม่ แต่เป็นประเด็นที่กรรมการเคยท้วงติง โต้แย้ง และเสนอแนะต่อประธาน กสทช. มาแล้วก่อนหน้านี้ การเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นการชี้แจงปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน เพื่อให้คณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ รวมถึงประธานและกรรมการทุกคนร่วมกันรับผิดชอบ หากการดำเนินงานเกิดความผิดพลาด
ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงเห็นว่าการกระทำของกรรมการ กสทช. ไม่เข้าข่ายเป็นการละเมิดต่อโจทก์ และไม่ได้มีเจตนามุ่งทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับหน้าที่โดยตรง อีกทั้งเป็นเรื่องที่ประชาชนมีสิทธิรับรู้ เพราะสำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมของประเทศ
เมื่อศาลรับฟังได้ว่ากรรมการ กสทช. ทั้ง 4 รายไม่ได้กระทำละเมิด จึงไม่มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ส่วนบริษัทสื่อซึ่งนำข้อมูลไปเผยแพร่ก็ไม่ต้องรับผิดเช่นกัน เนื่องจากไม่ปรากฏว่าการเผยแพร่ข่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือมีเจตนาทำให้เกิดความเสียหายโดยมิชอบ
คำพิพากษาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการตรวจสอบและการถ่วงดุลภายในองค์กร โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลกิจการที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ การแสดงความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติหน้าที่ควรพิจารณาจากเนื้อหา บริบท และเจตนาเป็นสำคัญ ไม่ควรตัดสินจากการวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ไม่ได้หมายความว่าการแถลงข่าวหรือการวิจารณ์ทุกกรณีจะได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ ผู้แสดงความคิดเห็นยังต้องใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่บิดเบือน และไม่กล่าวหาเกินข้อเท็จจริง การสื่อสารอย่างรอบคอบจะช่วยลดความขัดแย้งและทำให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของหน่วยงานรัฐได้มากขึ้น
สรุปแล้ว ศาลแพ่งยกฟ้องคดีประธาน กสทช. หลังพิจารณาว่ากรรมการ กสทช. ปฏิบัติหน้าที่โดยการชี้แจงปัญหาและแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์กร การกระทำดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะและไม่ถือเป็นการละเมิด คำพิพากษานี้จึงเป็นอีกกรณีศึกษาสำคัญเกี่ยวกับสิทธิในการตรวจสอบ การแสดงความคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรสาธารณะ
ติดตามข่าวสารด้านกฎหมายและการทำงานของหน่วยงานรัฐอย่างรอบด้าน พร้อมตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนสรุปความคิดเห็น เพื่อให้การรับรู้ข่าวสารเป็นไปอย่างเข้าใจและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ที่มา – ศาลแพ่ง ยกฟ้องคดี ประธาน กสทช. ฟ้อง กรรมการ กสทช. ชี้ทำตามหน้าที่