ศาลแพ่งสั่งโจทก์-จำเลย คดี “ทราย สมุทร” ไปไกล่เกลี่ยนอกรอบ
กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับคดีความระหว่าง นายสิรณัฐ สมุทร หรือ ทราย และคู่กรณี ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา ศาลแพ่งพระโขนงได้มีความเคลื่อนไหวสำคัญ โดยศาลแพ่งสั่งโจทก์-จำเลย คดี “ทราย สมุทร” ไปไกล่เกลี่ยนอกรอบ ก่อนที่จะมีการนัดพร้อมกันอีกครั้งในวันที่ 8 ก.ค. นี้ เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ
ศาลแพ่งสั่งโจทก์-จำเลย คดี “ทราย สมุทร” ไปไกล่เกลี่ยนอกรอบ
จากการเปิดเผยของนายสิรณัฐ สมุทร และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พบว่าการเจรจาในห้องพิจารณาครั้งนี้ยังไม่บรรลุผลสำเร็จ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายยังเห็นไม่ตรงกัน ศาลจึงได้ให้คำแนะนำให้ไปพูดคุยกันด้วยตัวเองนอกศาล เพื่อลดช่องว่างและหาทางออกร่วมกัน หากถึงวันนัดหมายแล้วยังไม่สามารถตกลงกันได้ กระบวนการของศาลจึงจะดำเนินต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย
เบื้องลึกจากการไกล่เกลี่ยคดี “ทราย สมุทร”
นอกจากบรรยากาศที่ตึงเครียดภายในห้องพิจารณาคดีแล้ว นายสิรณัฐยังได้กล่าวถึงความรู้สึกส่วนตัวและการใช้ชีวิตในช่วงที่ต้องเผชิญกับคดีความ โดยย้ำว่าเขาไม่มีความต้องการที่จะปิดปากตัวเอง หรือยอมรับข้อความที่บอกให้เงียบ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขด้วยความจริงใจ เขาเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อตัวเขา แต่ยังมีผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทและเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม โดยเฉพาะกับเด็กหรือใครก็ตามที่ต้องเจอกับสถานการณ์ครอบครัวที่ไม่ใช่เซฟโซน
- ทราย สมุทร ต้องการความชัดเจนมากกว่าแค่การส่งข้อความ
- พร้อมเปิดใจเจรจา แต่ต้องมีทีมงานของตัวเองร่วมด้วยเพื่อความปลอดภัย
- ความหวังสูงสุดคือการกลับไปทำงานด้านการอนุรักษ์ทะเลที่เป็นตัวตนจริงๆ
ในระหว่างการพูดคุยกับสื่อมวลชน ทรายได้ย้ำว่าบาดแผลที่ได้รับนั้นค่อนข้างลึก และเขาปรารถนาให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี เพื่อที่เขาจะได้กลับไปทำในสิ่งที่รัก นั่นคือการเป็นนักอนุรักษ์ทะเลอย่างเต็มตัว ไม่ใช่การต้องมาจมอยู่กับเรื่องราวความขัดแย้งที่ดูเหมือนเรื่องน้ำเน่าในครอบครัว ทั้งนี้ แฟนคลับที่มารอให้กำลังใจต่างส่งดอกไม้และมอบความรักให้กับเขาอย่างอบอุ่น ซึ่งทรายมองว่าการรับฟังเหตุผลและการทำความเข้าใจกันในตระกูลใหญ่เป็นสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น เพื่อก้าวข้ามผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยดี
บทเรียนในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่อาจเป็นกรณีศึกษาสำคัญให้กับหลายครอบครัวในสังคมไทย ว่าการหันหน้าเข้าหากันด้วยความจริงใจและการรับฟังเสียงของคนในครอบครัว คือหัวใจสำคัญของการป้องกันปัญหาเรื้อรังที่อาจบานปลายจนถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล หวังว่าในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ เราจะได้เห็นทางออกที่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกฝ่าย
ที่มา – ศาลแพ่งสั่งโจทก์-จำเลย คดี “ทราย สมุทร” ไปไกล่เกลี่ยนอกรอบ ก่อนนัดพร้อม 8 ก.ค.นี้


