ศิริกัญญาประกาศชัยชนะ มหาดไทยสั่งถอยโครงการพลังงาน 4 แสนล้าน
เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวคราวในแวดวงการเมืองเรื่องการใช้เงินกู้ก้อนโต ล่าสุดถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างแรงกระเพื่อมได้ไม่น้อย เมื่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย จนนำไปสู่ความสำเร็จที่หลายคนจับตามอง กับเหตุการณ์ ศิริกัญญาประกาศชัยชนะ มหาดไทยสั่งถอยโครงการพลังงาน 4 แสนล้าน หลังจากที่เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับที่มาและความคุ้มค่าของงบประมาณก้อนนี้
ศิริกัญญาประกาศชัยชนะ มหาดไทยสั่งถอยโครงการพลังงาน 4 แสนล้าน
เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ยกเลิกการจัดทำแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลถึง 4 แสนล้านบาท โดยงานนี้คุณศิริกัญญาถึงกับโพสต์ติดตลกว่า แคตตาล็อกที่โพสต์ไว้เมื่อวาน วันนี้มหาดไทยยกเลิกให้แล้วนะจ๊ะ!
จุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามกับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ ศิริกัญญาประกาศชัยชนะ มหาดไทยสั่งถอยโครงการพลังงาน 4 แสนล้าน นั้น ทางคุณศิริกัญญาได้เฝ้าติดตามโครงการนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะส่วนของงบประมาณ 2 แสนล้านบาทที่ใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เธอตั้งข้อสังเกตว่ามีลักษณะของการสอดไส้โครงการและมีแคตตาล็อกให้หน่วยงานท้องถิ่นเลือก ซึ่งก่อให้เกิดข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐยอมถอยในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่าเสียงสะท้อนจากฝ่ายตรวจสอบนั้นมีน้ำหนักและมีความจำเป็นอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย
- การตรวจสอบงบประมาณเป็นหน้าที่สำคัญของฝ่ายค้าน
- ความคล่องตัวในการตรวจสอบโซเชียลมีเดียช่วยตีแผ่ความจริง
- ประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อนโครงการที่ดูไม่โปร่งใส
- การสั่งยกเลิกโครงการถือเป็นสัญญาณที่ดีของการใช้งบประมาณแผ่นดิน
หลายคนมองว่าการที่รัฐบาลยอมปรับเปลี่ยนท่าทีเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะหากปล่อยให้โครงการที่มีข้อกังหันดำเนินต่อไป อาจส่งผลเสียต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงแค่เป็นการหยุดยั้งโครงการ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าประชาชนและนักการเมืองรุ่นใหม่กำลังจับจ้องการใช้งบประมาณอย่างใกล้ชิดทุกฝีก้าว
บทเรียนในครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่า การมีส่วนร่วมและการตรวจสอบคือกลไกที่จะช่วยพิทักษ์ภาษีของประชาชนได้ดีที่สุด คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่าการใช้งบประมาณกู้เงินต้องมีความชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่? นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการใช้งบประมาณของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดจริง ๆ หรือไม่ ต้องติดตามตอนต่อไปครับ