ศุภจีเร่งสรุปเจรจาภาษีสหรัฐก่อนมาตรา 301

ศุภจีเร่งสรุปเจรจาภาษีสหรัฐก่อนมาตรา 301 กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา หลังนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าการหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ โดยไทยพยายามสรุปรายละเอียดให้เสร็จก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศผลการไต่สวนตามมาตรา 301 ซึ่งอาจมีผลต่ออัตราภาษีและความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ

การเจรจาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือการรักษากรอบภาษีของไทยไม่ให้สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ให้เกินกรอบเดิมที่เคยหารือกันไว้ โดยทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยในระดับหลักการจนมีความเข้าใจใกล้เคียงกันแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดเชิงเทคนิคที่ต้องตรวจสอบและทำความตกลงให้ชัดเจน

ศุภจีเร่งสรุปเจรจาภาษีสหรัฐก่อนมาตรา 301

นางศุภจีระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้หารือกับนายริก สวิตเซอร์ รองผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา และนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการพบกันที่กรุงวอชิงตัน ดีซี และการประสานงานภายหลังการประชุม โดยการหารือมุ่งเน้นทั้งเรื่องอัตราภาษี มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี รวมถึงประเด็นแรงงานบังคับและการผลิตส่วนเกิน

ภาพรวมของการเจรจาถือว่ามีความคืบหน้า เพราะไทยและสหรัฐฯ สามารถกำหนดกรอบหลักการร่วมกันได้แล้ว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนยังต้องให้ทีมเทคนิคของทั้งสองประเทศทบทวน เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและทำให้ข้อตกลงสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ศุภจีเร่งสรุปเจรจาภาษีสหรัฐก่อนมาตรา 301 เพื่อรักษาความสามารถแข่งขัน

ประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญมากที่สุดคือการรักษาอัตราภาษีให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาคได้ หากภาษีไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากเกินไป ผู้ส่งออกอาจเสียเปรียบ และผู้ประกอบการต่างชาติอาจพิจารณาย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีต้นทุนทางการค้าต่ำกว่า

ไทยเคยถูกสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ ในระดับสูง โดยในช่วงแรกมีการเสนออัตราภาษีสูงถึง 36% ก่อนที่การเจรจาในรัฐบาลชุดก่อนจะช่วยลดกรอบดังกล่าวลงมาเหลือ 19% ทั้งนี้ ตัวเลข 19% ไม่ได้สะท้อนเฉพาะภาษีสินค้าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขด้านการค้าและมาตรการอื่นที่ทั้งสองฝ่ายต้องพิจารณาร่วมกัน

รัฐบาลปัจจุบันจึงต้องเดินหน้าเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าข้อตกลงที่ได้จะไม่สร้างภาระเกินความจำเป็นให้กับผู้ประกอบการไทย และยังสอดคล้องกับเงื่อนไขที่สหรัฐฯ ต้องการ การรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของไทยกับความคาดหวังของสหรัฐฯ จึงเป็นโจทย์สำคัญของทีมเจรจา

มาตรา 301 กับผลกระทบต่อภาษีไทย

มาตรา 301 เป็นเครื่องมือทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ใช้ตรวจสอบและดำเนินมาตรการตอบโต้ต่อประเทศคู่ค้าที่สหรัฐฯ เห็นว่าอาจมีการดำเนินนโยบายหรือพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไทยในครั้งนี้ ได้แก่ แรงงานบังคับและการผลิตส่วนเกิน ซึ่งเป็นเรื่องที่สหรัฐฯ ต้องการความชัดเจนจากไทยมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยใช้มาตรการชั่วคราวตามมาตรา 122 โดยกำหนดภาษีในอัตราเดียวกันที่ 10% กับหลายประเทศ แต่ระยะเวลาการใช้มาตรการดังกล่าวมีข้อจำกัด และได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากนั้นจึงเกิดความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจใช้มาตรการใหม่เพื่อปรับอัตราภาษีให้แตกต่างกันไปตามประเทศและเงื่อนไขการค้า

ในส่วนของประเด็นแรงงานบังคับ มีการประกาศผลเบื้องต้นแล้วว่าไทยอยู่ที่ระดับ 12.5% ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศสามารถเจรจาให้อยู่ที่ 10% ได้ ความแตกต่างดังกล่าวอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและการตัดสินใจของผู้ซื้อในตลาดสหรัฐฯ ดังนั้น ไทยจึงต้องเร่งหาทางลดช่องว่างให้ใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง

  • รักษาอัตราภาษีไทยไม่ให้สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
  • ทำความเข้าใจเงื่อนไขด้านแรงงานบังคับและการผลิตส่วนเกิน
  • สรุปข้อกำหนดทางเทคนิคให้ตรงกันระหว่างไทยกับสหรัฐฯ
  • ปกป้องความสามารถแข่งขันของผู้ส่งออกและผู้ผลิตไทย

นายกรัฐมนตรีอาจหารือทรัมป์เพิ่มเติม

นางศุภจีเตรียมเดินทางร่วมภารกิจกับนายกรัฐมนตรี โดยมีการประชุมกับทีมประเทศไทยในญี่ปุ่นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น จากนั้นจะเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่สหรัฐฯ และมีโอกาสพบผู้แทนการค้าสหรัฐฯ อีกครั้ง

การพบกันดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสรุปการเจรจาให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด โดยนางศุภจีเห็นว่า แม้รายละเอียดส่วนใหญ่จะมีความคืบหน้าแล้ว แต่การพูดคุยในระดับผู้นำประเทศอาจช่วยสร้างความมั่นใจและผลักดันประเด็นที่ยังติดขัดให้เดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังอาจขอให้นายกรัฐมนตรีหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยตรง เพื่อยืนยันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

สำหรับความกังวลเรื่องสหรัฐฯ อาจขึ้นภาษีกับรัสเซีย รวมถึงประเทศที่ซื้อน้ำมันและพลังงานจากรัสเซีย นางศุภจีมองว่าไทยอาจไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานอาจส่งผลทางอ้อมต่อเศรษฐกิจ การขนส่ง ต้นทุนการผลิต และการค้าระหว่างประเทศ

ท่าทีของไทยในเวลานี้จึงเน้นการเจรจาอย่างรอบคอบและสร้างความเข้าใจร่วมกัน โดยต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องแสดงให้เห็นว่าไทยพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานแรงงาน ห่วงโซ่อุปทาน และการค้าที่ยั่งยืน

มุมมองที่น่าติดตามคือ การเจรจาครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่ตัวเลขภาษี แต่ยังสะท้อนทิศทางการค้าของไทยในระยะยาว ผู้ประกอบการควรเตรียมรับมือด้วยการกระจายตลาด ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้า และติดตามเงื่อนไขการนำเข้าของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หากไทยสรุปข้อตกลงได้ก่อนมาตรา 301 มีผล ก็จะช่วยลดความไม่แน่นอนและสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจได้มากขึ้น

ติดตามความคืบหน้าการเจรจาการค้าและมาตรการภาษีอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลต่อผู้ส่งออก ผู้ผลิต และราคาสินค้าไทยในตลาดโลก

ที่มา – “ศุภจี” เร่งสรุปเจรจาภาษีสหรัฐ ก่อนมาตรา 301 มีผล รอนายกฯคุยทรัมป์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *