ศุภชัยถาม DSI คดีบุกรุกที่ดิน รมว.อว.
นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ตั้งคำถามถึงความคืบหน้าคดีบริษัท รมว.อว. บุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ โดยพุ่งเป้าไปที่ DSI, นายทวี สอดส่อง, นายภูมิธรรม เวชยชัย และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าเหตุใดจึงยังไม่มีการดำเนินคดีฟอกเงินในกรณีนี้
นายศุภชัย กล่าวถึงกรณีที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เกี่ยวกับคดีโรงแป้งมันบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ ซึ่งมีผู้ต้องหาหลายราย รวมถึงอดีตรัฐมนตรี, สามีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, ภรรยา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ว่าเรื่องไปถึงไหน เพราะรับคดีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และ DSI ก็แถลงคลุมเครือว่าเรื่องอยู่ในระหว่างดำเนินการ สิ่งที่น่าสงสัยคือ รับคดีมา 6 ปีแล้วทำอะไรไปถึงไหน ทำไมถึงล่าช้า คำแถลงไม่ได้ให้คำตอบ
นายศุภชัยกล่าวว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีคำสั่งลงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 อนุมัติให้กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกเลขคดีพิเศษใหม่ เพื่อทำการสอบสวนและอนุมัติให้มีพนักงานอัยการสอบสวนร่วมตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2567 มาตรา 21วรรคหนึ่ง (1) (ง) โดยออกเลขเป็นคดีพิเศษ ที่ 154/2562
จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ บริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสานอุตสาหกรรม จำกัด ได้ขุดบ่อเก็บกักน้ำในพื้นที่เกิดเหตุ จำนวน 3 บ่อ มีเนื้อที่ประมาณ 16-1-58.4 ไร่ ฐานความผิด “ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์โดยการขุดบ่อเก็บกักน้ำ ในที่ดินซึ่งตนไม่ได้มีสิทธิ อันเป็นที่ดินของรัฐและที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และที่ป่า โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบ 108 ทวิ วรรคสอง และ มาตรา 54 มาตรา 55 ประกอบมาตรา 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 360 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยกรรมการบริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสานอุตสาหกรรม จำกัด มีผู้เป็นมาดังนี้ ปี 2552 -2562 – นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล /นางยลดา และ น.ส.สุดาวรรณ (พ่อ/แม่/ลูก) ปี 2562 ถึงปัจจุบัน – น.ส.สุดาวรรณ/น.ส.วีรียา (พี่น้อง) ซึ่งต่อมา น.ส.สุดาวรรณ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการ เพราะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในสมัย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ปัจจุบันเป็น รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และตามข่าวรัฐมนตรีก็ยอมรับว่าเป็นผู้ต้องหาคดีนี้จริง แต่ไม่อยากพูดอะไรเพราะเป็นห่วงบริษัท
ศุภชัยถาม DSI คดีบุกรุกที่ดิน รมว.อว.
นายศุภชัยกล่าวว่า วันนี้จึงขอถาม DSI อีกครั้งว่า ทำไมใช้เวลาสอบสวนนานถึง 6 ปีแล้ว และไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยที่จะบอกประชาชนเจ้าของประเทศว่าคดีสำคัญที่มีบุคคลสำคัญเป็นผู้ต้องหา ท่านทำไปถึงไหนและจะเสร็จสิ้นเมื่อใด จากการสอบสวนน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดและสมควรมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง การกระทำความผิดที่ถูกกล่าวหานั้น บริษัทและกรรมการผู้ถูกกล่าวหาได้หยุดการกระทำความผิดไปแล้ว หรือยังคงกระทำความผิดต่อเนื่องอยู่จนปัจจุบัน ท่านได้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งเรื่องแบบนี้ท่านต้องแถลงให้ชัดเจนเพราะประชาชนให้ความสนใจและเป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องบอกให้กับประชาชนได้รับรู้
นายศุภชัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้พฤติการณ์ของผู้ต้องหาเป็นข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ ความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมโดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า อันเป็นความผิดมูลฐานของกฎหมายฟอกเงิน DSI ได้ดำเนินการตามกฏหมายฟอกเงินหรือไม่ เพราะการกระทำดังกล่าว เข้าองค์ประกอบตามกฏหมายแล้ว หรือท่านละเว้นการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ท่านเอง อาจถูกดำเนินคดีข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็เป็นได้
นายศุภชัยกล่าวต่อว่า เมื่อถาม DSI แล้วก็ต้องถาม รมว.ยุติธรรม ว่าท่านเคยได้รับรายงานคดีนี้หรือไม่ ในฐานะที่ดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม (ถึงแม้ท่านจะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ใน DSI ในเวลาต่อมา) ท่านได้มีการสั่งการอย่างไรในคดีสำคัญเช่นนี้ และขอถามนายภูมิธรรม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ ในคำถามเดียวกัน หากจะตอบว่าไม่เคยได้รับรายงานจากอธิบดี DSI ก็จะถามว่าเมื่อได้รู้แล้วจากข่าวแล้วท่าน จะดำเนินการคดีนี้อย่างไรต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามกฏหมาย
“สุดท้าย ถามท่านนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าในการตรวจคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีเพื่อนำชื่อทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีนั้น บุคคลดังกล่าวจะต้อง มีความซื่อสัตย์ สุจริต จนเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ท่านได้ตรวจสอบกรณีรัฐมนตรี สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แล้ว และพบว่ารัฐมนตรีสุดาวรรณ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ แต่ก็ยังคงนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ เพราะท่านเห็นว่าการตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ยังไม่ถือว่า ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง” นายศุภชัยกล่าว.
ประเด็นสำคัญในคดี DSI คดีบุกรุกที่ดิน รมว.อว.
สรุปแล้ว นายศุภชัย ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความรวดเร็วในการดำเนินการเกี่ยวกับ คดีบุกรุกที่ดินของบริษัท รมว.อว. โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ
คดีนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการต่อต้านการทุจริตและรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัดหรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์