‘ศุภชัย’ ถาม ‘ดีเอสไอ’ สืบคดีเขากระโดงถูกทางหรือไม่
‘ศุภชัย’ ถามสะดุ้ง! ‘ดีเอสไอ’ สืบคดีเขากระโดงถูกทางหรือไม่ เริ่มผิดอาจต้องย้อนใหม่
ในวันที่ 2 ตุลาคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายศุภชัย ใจสมุทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรมฝ่ายการเมือง ได้ให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ และคดีฮั้ว สว. ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย นายศุภชัย ย้ำชัดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวกับคดีเหล่านี้อย่างแน่นอน แม้สื่อจะตั้งคำถามมากแค่ไหน รัฐมนตรีก็ตอบคำถามเหล่านั้นอย่างชัดเจนแล้ว
‘ศุภชัย’ ถามสะดุ้ง! ‘ดีเอสไอ’ สืบคดีเขากระโดงถูกทางหรือไม่ เริ่มผิดอาจต้องย้อนใหม่
สถานการณ์ของคดีเขากระโดงในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับ 3 ฝ่ายหลัก คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรมที่ดิน และประชาชนเจ้าของที่ดิน 995 ราย เรื่องนี้กำลังอยู่ในชั้นศาลปกครอง โดยรฟท. ได้ยื่นฟ้องครั้งแรก และศาลสั่งให้กรมที่ดินพิจารณาตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 เพื่อตรวจสอบว่าการออกโฉนดที่ดินนั้นคลาดเคลื่อนหรือผิดกฎหมายหรือไม่ หลังจากคณะกรรมการตามมาตรา 61 พิจารณานานถึง 8 เดือน ก็สรุปว่าไม่มีการคลาดเคลื่อนและไม่ผิดกฎหมาย จึงไม่เพิกถอนโฉนด อธิบดีกรมที่ดินขณะนั้นก็เห็นชอบตามมติคณะกรรมการ
ปัจจุบัน รฟท. ยังยืนยันว่าตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ดังนั้นจึงดำเนินการฟ้องร้องเจ้าของที่ดิน 995 ราย โดยเริ่มฟ้องไปแล้ว 2 ราย ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย นายศุภชัย เน้นย้ำว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมโดยตรง แต่ส่วนที่อาจเชื่อมโยงคือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่เข้าไปตรวจสอบว่าการครอบครองที่ดินของประชาชนบริเวณนั้นผิดกฎหมายอาญาหรือไม่ รวมถึงประเด็นการฟอกเงิน ซึ่งดีเอสไอต้องพิจารณาเองตามที่รัฐมนตรีชี้แจงไปแล้ว
นโยบายรัฐบาลยึดหลักนิติธรรม
นโยบายของรัฐบาลภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มุ่งยึดหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล การบริหารงานของหน่วยงานรัฐต้องโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย หากดีเอสไอหรือหน่วยงานภายใต้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการด้วยหลักนิติธรรมและเป็นธรรม ก็สามารถเดินหน้าต่อได้ แต่หากพบว่าผิดขั้นตอนหรือไม่ถูกต้อง ก็อาจต้องย้อนกลับไปเริ่มใหม่ นี่คือจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาลชุดนี้
สำหรับคดีฮั้ว สว. นั้น ดำเนินโดยคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ซึ่งมีดีเอสไอเข้าร่วมตั้งแต่ต้น 3 คน แต่ตอนนี้คณะนี้พิจารณาเสร็จแล้ว ส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา คณะที่ 36 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ข่าวสารที่ออกสื่ออาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในสำนวน เพราะสำนวนเหล่านี้เป็นความลับ ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าจริงหรือไม่ นายศุภชัย ถามกลับ
- ทั้งหมดต้องยึดหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล
- หน่วยราชการภายใต้กระทรวงยุติธรรมไม่สามารถละเมิดหลักนี้ได้
- หากผิด ก็ต้องย้อนกลับไปปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
เมื่อถามถึงกรณี กกต. สรุปสำนวนเตรียมฟ้อง สว. 138 ราย รวมถึงคนของพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่สามารถตอบแทน กกต. ได้เพราะเป็นองค์กรอิสระ แต่หากกระบวนการของดีเอสไอถูกต้องตามกฎหมาย ก็มีสิทธิ์ดำเนินต่อ
สำหรับคดีเขากระโดง นายศุภชัย ย้ำว่าประชาชนครอบครองที่ดินมาตั้งแต่ พ.ศ. 2491 หากดีเอสไอเห็นว่ามีการฟอกเงิน ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของตนเอง ไม่มีใครแทรกแซงได้ แต่เขาก็ตั้งคำถามว่า ดีเอสไอเริ่มต้นสืบสวนถูกทางหรือไม่ หากถูกต้อง กระทรวงยุติธรรมก็สนับสนุน แต่หากเริ่มผิด ก็ต้องย้อนใหม่ นี่คือ ‘ศุภชัย’ ถามสะดุ้ง! ‘ดีเอสไอ’ สืบคดีเขากระโดงถูกทางหรือไม่ ที่กำลังเป็นที่สนใจ
นายศุภชัย ยังชี้ให้เห็นถึงตัวอย่างในอดีต เช่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รองนายกฯ ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งดำเนินคดีเพราะแทรกแซงดีเอสไอ รวมถึงคุณทวีและคุณภูมิธรรมที่โดนคดีคล้ายกัน รัฐบาลนี้ไม่ยอมให้เกิดการแทรกแซงอำนาจทางการเมืองเพื่อบิดเบือนหน้าที่ของข้าราชการ ข้าราชการต้องทำงานตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่สนองอำนาจฝ่ายการเมือง
ประเด็นเหล่านี้สะท้อนถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมในสังคมไทย คดีเขากระโดงไม่ใช่แค่เรื่องที่ดิน แต่เกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชนที่ครอบครองมานาน หากดีเอสไอพิสูจน์ได้ว่ามีการผิดกฎหมาย ก็สมควรดำเนินคดี แต่ต้องโปร่งใสและถูกต้อง หากไม่ ก็ควรย้อนศรไปตรวจสอบกระบวนการเสียเอง
ในฐานะที่ติดตามข่าวสารการเมืองและกฎหมาย คุณควรติดตามพัฒนาการของคดีนี้ต่อไป เพื่อเข้าใจว่ากฎหมายปกป้องสิทธิใครบ้าง ชวนเพื่อนๆ แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับคดีที่ดิน ก็มาพูดคุยกันได้เลย!
ที่มา – ‘ศุภชัย’ ถามสะดุ้ง! ‘ดีเอสไอ’ สืบคดีเขากระโดงถูกทางหรือไม่ เริ่มผิดอาจต้องย้อนใหม่