‘ศุภมาส’ คุมเข้ม ‘ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์’ หลังพบสัญญาเอาเปรียบประชาชน

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคหลายคนหันไปใช้บริการธุรกิจเงินกู้ออนไลน์เพื่อแก้ปัญหาการเงินด่วน แต่ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นคือ ‘ศุภมาส’ คุมเข้ม ‘ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์’ หลังพบสัญญาเอาเปรียบประชาชน ซึ่งเป็นข่าวร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะสัญญาดิจิทัลเหล่านี้มักซ่อนเงื่อนไขเอาเปรียบ ทำให้ผู้กู้ติดกับดักหนี้สินยืดเยื้อ

‘ศุภมาส’ คุมเข้ม ‘ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์’ หลังพบสัญญาเอาเปรียบประชาชน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความห่วงใยต่อปัญหานี้ โดยรับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องการปกป้องผู้บริโภคจากบริการออนไลน์ โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชัน สัญญาเหล่านี้มักมีข้อกำหนดซับซ้อน เช่น ดอกเบี้ยสูงเกินจริง ค่าปรับรุนแรง หรือการแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ผู้ประกอบการฉวยโอกาส

ในฐานะผู้กำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นางสาวศุภมาส จึงสั่งการให้ สคบ. เร่งแก้ปัญหา สร้างมาตรฐานสัญญาที่เป็นธรรม โดยเฉพาะสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ในธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนไม่ถูกเอาเปรียบ

แนวทาง 3 ด้านที่ สคบ. กำหนดเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ได้วางแนวทางชัดเจน 3 ประการ ดังนี้

  • แนวทางที่ 1: บังคับใช้กฎหมายควบคุมสัญญาเชิงรุก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ผู้ประกอบการต้องใช้ข้อสัญญาตามที่กำหนด ห้ามเงื่อนไขไม่เป็นธรรม เช่น ห้ามเปิดเผยข้อมูลผู้กู้ให้บุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะทำสัญญาด้วยกระดาษหรือออนไลน์
  • แนวทางที่ 2: ออกประกาศควบคุมสัญญาเพิ่มเติม ครอบคลุมธุรกิจอื่นๆ ที่กระทบผู้บริโภค เช่น ขายห้องชุด เช่าซื้อรถแทรกเตอร์ เครื่องจักรกลเกษตร เช่ารถยนต์-มอเตอร์ไซค์ และบริการเสริมความงาม โดยรวมสัญญาดิจิทัลทั้งหมด
  • แนวทางที่ 3: บูรณาการความร่วมมือ ร่วมกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อทบทวนกฎหมายให้ทันโลกดิจิทัล สคบ. จะปรับปรุงประกาศ พ.ศ. 2565 เพิ่มแบบสัญญามาตรฐาน สร้างความเท่าเทียมระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภค

มาตรการเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาสัญญาเอาเปรียบประชาชนในธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ ทำให้ผู้กู้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น ตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อยคือ แอปกู้เงินที่เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือบังคับให้ผู้กู้ยอมรับเงื่อนไขที่เสียเปรียบโดยไม่แจ้งชัดเจน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากติดหนี้สินนานหลายปี

นอกจากนี้ สคบ. ยังเน้นย้ำแนวคิด “สคบ. ใกล้ตัว อุ่นใจผู้บริโภค” โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสัญญาก่อนเซ็นได้ง่ายขึ้น หากเจอปัญหา สามารถขอคำปรึกษาผ่านช่องทางต่างๆ ได้ทันที

ปัญหาธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่‘ศุภมาส’ คุมเข้มครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิผู้บริโภคจริงจัง ผู้ประกอบการควรปรับตัวตามกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับหรือเพิกถอนใบอนุญาต

สำหรับผู้บริโภค แนะนำให้อ่านสัญญาให้ละเอียด เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย และหลีกเลี่ยงแอปที่ไม่มีใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ สคบ. การกู้เงินควรเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยวางแผนการเงินให้ดี

หากคุณพบสัญญาเอาเปรียบหรือเดือดร้อนจากธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ รีบร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอป OCPB Connect หรือเว็บไซต์ www.ocpb.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับความช่วยเหลือทันที การตื่นตัวของเราจะช่วยผลักดันให้ระบบการเงินดิจิทัลไทยโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น

ที่มา – ‘ศุภมาส’ คุมเข้ม ‘ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์’ หลังพบสัญญาเอาเปรียบประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *