ศุลกากรปราบปรามบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า ปี 69

ศุลกากรปราบปรามบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า ปี 69 เดินหน้าจริงจัง หลังกรมศุลกากรเปิดเผยผลการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายตลอดปีงบประมาณ 2569 โดยสามารถจับกุมได้ 59,840 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,832.35 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน เช่น บุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาวุธปืน และดอกไม้เพลิง รวม 9,750 คดี มูลค่ากว่า 1,234 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายยังเป็นปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าที่มีเครือข่ายการนำเข้าและกระจายสินค้าเชื่อมโยงกันหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบว่าผู้กระทำผิดปรับเปลี่ยนวิธีการซ่อนสินค้าให้ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและลดโอกาสถูกจับกุม

ศุลกากรปราบปรามบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า ปี 69 ยึดของกลางกว่า 105 ล้านชิ้น

สำหรับผลการดำเนินงานเฉพาะกลุ่มบุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ประกอบ กรมศุลกากรจับกุมและดำเนินคดีได้รวม 3,748 คดี ยึดของกลางมากกว่า 105 ล้านชิ้น มูลค่าประมาณ 566 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นบุหรี่ผิดกฎหมายสูงถึง 104 ล้านมวน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568

จำนวนของกลางที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนทั้งความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการตรวจจับ และความต้องการบริโภคบุหรี่ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง บุหรี่เถื่อนนอกจากทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีแล้ว ยังอาจไม่มีมาตรฐานด้านการผลิต การจัดเก็บ และการควบคุมคุณภาพ ผู้บริโภคจึงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากขึ้นโดยไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน

ศุลกากรปราบปรามบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า ปี 69 ด้วยเทคโนโลยี

รูปแบบการลักลอบนำเข้ามีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด สินค้าบางส่วนไม่ได้วางไว้บริเวณด้านหน้าหรือตำแหน่งที่ตรวจพบได้ง่าย แต่ถูกซ่อนไว้บริเวณท้ายตู้คอนเทนเนอร์และปะปนมากับสินค้าทั่วไป ส่วนบุหรี่ไฟฟ้ามักถูกถอดแยกชิ้นส่วน เช่น ตัวเครื่อง แบตเตอรี่ น้ำยา และอุปกรณ์เสริม ก่อนบรรจุรวมเป็นลังสินค้า เมื่อนำเข้าแล้วจึงค่อยนำไปประกอบและกระจายต่อ

เพื่อรับมือกับวิธีการลักลอบที่แนบเนียนขึ้น กรมศุลกากรปรับรูปแบบการทำงานจากการตรวจสอบแบบเดิมไปสู่การบริหารความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี หรือ AI-Driven Risk Management โดยนำข้อมูลการค้า ข้อมูลข่าวกรอง และประวัติการกระทำผิดมาวิเคราะห์ร่วมกัน วิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่คัดกรองเป้าหมายได้แม่นยำ และลดการตรวจสอบที่ไม่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

การใช้ข้อมูลไม่ได้มุ่งเพียงจับกุมของกลางเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การสืบสวนขยายผลไปถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังได้มากขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเส้นทางสินค้า รูปแบบการขนส่ง ผู้เกี่ยวข้อง และความเชื่อมโยงระหว่างคดีต่าง ๆ ทำให้การปราบปรามมีโอกาสตัดวงจรการลักลอบได้อย่างเป็นระบบ

มาตรการทางกฎหมายเพิ่มต้นทุนผู้ลักลอบ

กรมศุลกากรยังยกระดับมาตรการทางกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า โดยกำหนดอัตราโทษใหม่สำหรับผู้กระทำผิด มีการกำหนดค่าปรับเป็น 2 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร และอีก 1 เท่าของภาษีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการริบของกลางให้ตกเป็นของแผ่นดิน และกำหนดราคาประเมินขั้นต่ำ

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมาย ลดแรงจูงใจ และทำให้การลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายมีต้นทุนสูงขึ้น เมื่อผลตอบแทนไม่คุ้มกับความเสี่ยง เครือข่ายที่ดำเนินการอาจลดความเคลื่อนไหวลง อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการทำงานร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงาน เนื่องจากขบวนการลักลอบในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่หรือช่องทางใดช่องทางหนึ่ง

  • เพิ่มการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหาเส้นทางและรูปแบบความเสี่ยง
  • ประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สืบสวนขยายผลจากผู้ครอบครองของกลางไปยังเครือข่ายขนาดใหญ่
  • ใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อลดความคุ้มค่าในการลักลอบนำเข้า
  • อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง

ปัญหาบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่มีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและเครือข่ายการค้าข้ามแดน การแก้ไขจึงต้องอาศัยทั้งการปราบปราม การติดตามเส้นทางการเงิน การควบคุมช่องทางนำเข้า และการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเห็นถึงผลกระทบของสินค้าผิดกฎหมาย

ในมุมของผู้บริโภค การไม่ซื้อบุหรี่เถื่อนหรือบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนเป็นส่วนสำคัญในการลดความต้องการในตลาด หากพบเบาะแสการลักลอบ ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนร่วมกับการซื้อขาย เพราะนอกจากเสี่ยงต่อสุขภาพแล้ว ยังอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมายด้วย

ผลการจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ศุลกากรปราบปรามบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า ปี 69 ต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการใช้เทคโนโลยี การแบ่งปันข้อมูล และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยทำให้สินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น ปกป้องเยาวชนและสุขภาพของประชาชน รวมถึงรักษารายได้ของประเทศในระยะยาว

ที่มา – ‘ศุลกากร’ โชว์ผลปราบปรามบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า ปี 69 ยึดของกลางกว่า 105 ล้านชิ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *