ศุลกากรเขมราฐรวบหนังสุกรเถื่อน 3 ตัน
ศุลกากรเขมราฐรวบหนังสุกรเถื่อน 3 ตัน หลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-ลาว ในอำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี และพบรถกระบะต้องสงสัยกำลังขนสินค้าจำนวนมาก โดยเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงสินค้าที่อาจมีความเสี่ยงต่อสุขอนามัยและการควบคุมโรคระบาดสัตว์
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา นางสาวปริณัน พาธนาบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรเขมราฐ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ในเขตอำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้อ Isuzu สีบรอนซ์ ทะเบียน บต 9670 ตราด วิ่งอยู่บนถนนภายในหมู่บ้านคันพระลาน ตำบลนาตาล จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้นตามขั้นตอน
ศุลกากรเขมราฐรวบหนังสุกรเถื่อน 3 ตัน
ผลการตรวจค้นพบหนังสุกรแช่แข็งบรรจุอยู่ในกล่องจำนวน 150 กล่อง แต่ละกล่องมีน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม รวมทั้งหมดมากกว่า 3,000 กิโลกรัม หรือประมาณ 3 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 300,000 บาท สินค้าทั้งหมดไม่มีเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้ผ่านพิธีการทางศุลกากรอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
รายละเอียดคดีหนังสุกรแช่แข็งลักลอบนำเข้า
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวิชิต อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถ ให้การว่าได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ให้ไปรับหนังสุกรแช่แข็งตามจุดนัดหมายบริเวณริมชายแดนไทย-ลาว จากนั้นจึงนำสินค้าไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ คำให้การดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการขนส่ง ผู้ว่าจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทั้งหมด เพื่อขยายผลว่ามีการลักลอบในลักษณะเดียวกันมาก่อนหรือไม่
คดีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่การหลีกเลี่ยงภาษีหรือการไม่ผ่านขั้นตอนนำเข้าสินค้าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการควบคุมซากสัตว์และความปลอดภัยด้านอาหารด้วย เนื่องจากหนังสุกรแช่แข็งเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ต้องมีเอกสารรับรองแหล่งที่มา การเคลื่อนย้าย และการตรวจสอบตามกฎหมาย หากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ผู้บริโภคอาจไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้ามาจากพื้นที่ใด ผ่านการควบคุมโรคหรือไม่ และถูกเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดเส้นทางหรือเปล่า
ข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่แจ้งมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 246 ฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย หรือรับไว้ด้วยประการใดซึ่งของที่พึงรู้ว่าเป็นของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร
- ความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรณีเคลื่อนย้ายซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต
- การครอบครองและขนส่งสินค้าที่ไม่มีเอกสารยืนยันแหล่งที่มาและการนำเข้าอย่างถูกต้อง
หลังจากแจ้งข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ได้ยึดหนังสุกรแช่แข็งทั้งหมดพร้อมรถกระบะที่ใช้ขนส่ง และควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ส่วนของกลางจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบและจัดการตามระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการพิจารณาด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยจากโรคระบาดสัตว์
เหตุการณ์ ศุลกากรเขมราฐรวบหนังสุกรเถื่อน 3 ตัน ยังเป็นเครื่องเตือนใจผู้ประกอบการและผู้รับจ้างขนส่งว่า การรับงานผ่านช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ควรตรวจสอบเอกสารสินค้า ผู้ส่ง และปลายทางอย่างรอบคอบ ไม่ควรรับขนสินค้าที่ไม่ทราบแหล่งที่มา เพราะผู้ขนส่งอาจต้องร่วมรับผิดหากสินค้านั้นเป็นของผิดกฎหมาย แม้จะอ้างว่าไม่ใช่เจ้าของสินค้าหรือไม่ทราบรายละเอียดก็ตาม
สำหรับผู้บริโภค หากพบสินค้าประเภทเนื้อสัตว์หรือซากสัตว์ที่จำหน่ายในราคาถูกผิดปกติ ไม่มีฉลาก ไม่มีเอกสารรับรอง หรือมีสภาพการจัดเก็บไม่น่าเชื่อถือ ควรหลีกเลี่ยงและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเลือกซื้อสินค้าจากแหล่งที่มีใบอนุญาตและตรวจสอบย้อนกลับได้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและช่วยสนับสนุนการค้าที่ยุติธรรม
การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรยังคงเฝ้าระวังเส้นทางตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง และพร้อมขยายผลไปยังผู้สั่งการหรือเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง หากประชาชนและผู้ประกอบการร่วมกันตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อหรือรับขนสินค้า ก็จะช่วยลดช่องทางของขบวนการลักลอบนำเข้าได้อีกทางหนึ่ง
โดยสรุป ศุลกากรเขมราฐรวบหนังสุกรเถื่อน 3 ตัน เป็นคดีที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายศุลกากรและกฎหมายควบคุมโรคระบาดสัตว์ ผู้เกี่ยวข้องจึงต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป มุมมองสำคัญคือการขนส่งสินค้าทุกประเภทควรมีเอกสารครบถ้วนและตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพราะความสะดวกหรือค่าจ้างระยะสั้นอาจนำไปสู่ความเสียหายและความรับผิดทางกฎหมายในระยะยาว
ที่มา – ศุลกากรเขมราฐ รวบหนังสุกรแช่แข็งเถื่อน 3 ตัน ลักลอบขนข้ามแดนอุบลฯ เตรียมส่งสมุทรปราการ
