ศูนย์ความเป็นเลิศ AuctuCel ยกระดับไบโอเทค

วงการเทคโนโลยีชีวภาพของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญ เมื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับบริษัท AuctuCel จำกัด จากสิงคโปร์ เปิดตัว ศูนย์ความเป็นเลิศ AuctuCel อย่างเป็นทางการ ณ อาคาร SCI 26 คณะวิทยาศาสตร์ ศูนย์แห่งนี้มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มการผลิตอาหารเลี้ยงเซลล์ขั้นสูง เพื่อสนับสนุนการวิจัยและการผลิตสเต็มเซลล์ วัคซีน รวมถึงยาประเภทการรักษาขั้นสูง หรือ ATMP ให้เกิดขึ้นได้อย่างครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการเทคโนโลยีการรักษาด้วยเซลล์ ยีน และวัคซีน mRNA ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตไบโอแมนูแฟกเจอริ่งในเอเชียยังเผชิญข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ โดยต้องนำเข้าอาหารเลี้ยงเซลล์จากประเทศตะวันตกเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้มีต้นทุนด้านการขนส่ง ภาษี และระยะเวลารอคอยสูง ปัญหาเหล่านี้อาจกระทบต่อการทดลองทางคลินิกและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

ศูนย์ความเป็นเลิศ AuctuCel กับบทบาทยกระดับอุตสาหกรรมชีวภาพ

ศูนย์ความเป็นเลิศ AuctuCel จึงเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างของห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเซลล์แบบกำหนดองค์ประกอบทางเคมีอย่างแม่นยำ หรือ Chemically Defined Media พร้อมใช้แพลตฟอร์ม High-Throughput เพื่อคัดเลือกและปรับสูตรได้รวดเร็ว เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า ลดต้นทุนการขยายเซลล์ได้สูงสุดประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เหมาะกับการต่อยอดเชิงพาณิชย์

หัวใจสำคัญของศูนย์ไม่ได้อยู่เพียงการพัฒนาวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการเชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตจริง นักวิจัย สตาร์ทอัพ โรงพยาบาล และบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์จึงมีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีและบริการปรับสูตรที่ตอบโจทย์เฉพาะทางมากขึ้น

4 แพลตฟอร์มหลักของศูนย์ความเป็นเลิศ AuctuCel

  • แพลตฟอร์มการผลิตเซลล์ต้นกำเนิด: พัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเซลล์มาตรฐานแบบปลอดซีรั่ม สำหรับเซลล์ต้นกำเนิดมนุษย์ชนิดเมเซนไคมอล หรือ hMSCs และเซลล์พลูริโพเทนต์ชนิดเหนี่ยวนำ หรือ iPSCs โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และความปลอดภัย
  • การผลิตวัคซีนยุคใหม่: ปรับสูตรให้รองรับการผลิต Viral Vector วัคซีนซับยูนิต และระบบส่งมอบ mRNA ขั้นสูง ช่วยเพิ่มผลผลิตและมีส่วนลดต้นทุนต่อโดส
  • การเพิ่มประสิทธิภาพ ATMP และ CAR-T cell: ออกแบบอาหารเลี้ยงเซลล์ให้เหมาะกับกระบวนการผลิตแบบ Autologous และ Allogeneic ช่วยเร่งรอบการขยายเซลล์ พร้อมรักษาคุณภาพและความมีชีวิตของเซลล์
  • การขยายผลเชิงพาณิชย์และบริการรับจ้างปรับสูตร: ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมจากงานวิจัยระดับโต๊ะทดลองไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการลดเวลาและความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมถือเป็นจุดแข็งของโครงการ ศาสตราจารย์ ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เน้นย้ำถึงความตั้งใจในการผลักดันองค์ความรู้ให้กลายเป็นกิจการที่มีมูลค่าสูง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับไบโอโปรเซส การบ่มเพาะธุรกิจ และโอกาสทางการลงทุน

ภายในงานยังมีการนำเสนอวิสัยทัศน์จาก ดร.ฟู่ ฉี ไว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง AuctuCel รวมถึง ดร.แซค เผิง ประธานที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์และผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตเซลล์เป็นรากฐานสำคัญของการรักษาแห่งอนาคต นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมไทยเฮลท์เทค ผู้ประกอบการด้านสเต็มเซลล์และเวชศาสตร์ฟื้นฟู แพทยสภา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตลอดจนกลุ่มนักลงทุน VC และ PE ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ในระยะเริ่มต้น ศูนย์มีแผนขยายธุรกิจผ่านการให้สิทธิใช้ทรัพย์สินทางปัญญา การทำสัญญาปรับสูตรอาหารเลี้ยงเซลล์ และการจำหน่ายวัสดุสิ้นเปลืองที่มีมูลค่าเพิ่ม โมเดลนี้จะช่วยสร้างรายได้หลายรูปแบบ พร้อมเปิดโอกาสให้พันธมิตรเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์

การจัดตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศ AuctuCel จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดศูนย์วิจัยแห่งใหม่ แต่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศชีวภาพของไทยให้เชื่อมต่อกับตลาดระดับภูมิภาค หากดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย ศูนย์แห่งนี้จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า เพิ่มขีดความสามารถของนักวิจัยไทย และทำให้การพัฒนานวัตกรรมจากห้องทดลองไปสู่ผู้ป่วยเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

ผู้ประกอบการ นักวิจัย หน่วยงานรัฐ และนักลงทุนที่สนใจเศรษฐกิจชีวภาพสามารถเข้ามาร่วมมือกับโครงการได้ เพราะความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วนคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตสเต็มเซลล์ วัคซีน และยาขั้นสูงของภูมิภาคได้อย่างมั่นคง

ที่มา – จุฬาฯ เปิดตัว ‘ศูนย์ความเป็นเลิศ AuctuCel’ ยกระดับผลิตสเตมเซลล์ วัคซีน และยา ระดับภูมิภาค

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *