สกมช.เร่งยกเครื่องระบบความปลอดภัยไอทีภาครัฐ 300 กรม
เป็นประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้ประชาชนไม่น้อย เมื่อเกิดกรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากหน่วยงานภาครัฐ ล่าสุดทาง สกมช.เร่งยกเครื่องระบบความปลอดภัยไอทีภาครัฐ 300 กรม เพื่ออุดช่องโหว่และยกระดับมาตรการป้องกันข้อมูลสำคัญไม่ให้ตกอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดีอีกต่อไป โดยเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง
สกมช.เร่งยกเครื่องระบบความปลอดภัยไอทีภาครัฐ 300 กรม
พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการ สกมช. ได้เปิดเผยแผนการดำเนินงานเร่งด่วน โดยจะทำการตรวจสอบและปรับปรุงระบบไอทีของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน เนื่องจากพบว่าระบบเดิมหลายแห่งยังมีช่องโหว่ โดยเฉพาะการล็อกอินที่ใช้เพียง Username และ Password ซึ่งล้าสมัยและเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบ
มาตรการใหม่เปลี่ยนผ่านสู่ความปลอดภัยระดับสูง
การที่ สกมช.เร่งยกเครื่องระบบความปลอดภัยไอทีภาครัฐ 300 กรม ครั้งนี้ จะมีการนำมาตรฐานการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication (MFA) มาบังคับใช้เป็นมาตรฐานใหม่แทนที่ระบบพาสเวิร์ดชั้นเดียว ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
แผนการดำเนินงานหลักประกอบด้วย:
- ตรวจสอบและสแกนระบบไอทีที่มีอยู่กว่าหลายร้อยระบบย่อยในแต่ละกรม
- สั่งปิดระบบเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแต่ยังเปิดทิ้งไว้เพื่อลดความเสี่ยง
- บังคับใช้ระบบยืนยันตัวตน MFA เช่น ไทยไอดี เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
- อัปเกรดซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
ความพยายามของ สกมช. ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาข้อมูลรั่วไหล แต่ถึงกระนั้น หน่วยงานรัฐยังต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรภายในในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานระบบไอทีให้มีความรัดกุมและปลอดภัยมากขึ้นด้วย
เราหวังว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในครั้งนี้ จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา และเปลี่ยนภาพลักษณ์ของหน่วยงานรัฐให้เป็นองค์กรที่ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในยุคดิจิทัลเช่นนี้
ที่มา – “สกมช.”เร่งยกเครื่องใหม่ระบบความปลอดภัยไอทีภาครัฐ 300 กรม ป้องกันข้อมูลหลุดอีกในอนาคต