สกร.–มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ขับเคลื่อน “เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท เฟส 2” สู่การลงพื้นที่จริง 6 จังหวัดนำร่อง
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ภายใต้การนำของ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เดินหน้าขับเคลื่อน โครงการการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท เฟส 2 เพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์แก่ประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะนักศึกษาในสังกัด สกร. ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญตามนโยบายผู้บริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นย้ำให้การจัดการศึกษาต้องสร้าง “คนดี มีคุณธรรม” ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้เพื่อสังคมไทยที่ใสสะอาดและเข้มแข็งทางจิตใจ
การขับเคลื่อนโครงการเริ่มต้นจากการประชุมหารือระหว่าง สกร. และมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 นำโดย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียนและหัวหน้ากลุ่มงานจริยธรรม เข้าร่วมกำหนดแนวทางดำเนินงานร่วมกับ นายสมโภชน์ นพคุณ กรรมการมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด และนางสาวศริญญา สินธุ์เกษม เลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการฯ โดยมีสาระสำคัญในการออกแบบระบบการเรียนรู้เชิงคุณธรรมเชื่อมโยงกับระบบเทียบโอนผลการเรียนรู้ Credit Bank จำนวน 20 ชั่วโมง และกำหนดกลไกอบรมรุ่นละ 80 คน ระยะเวลา 3 วัน พร้อมแผนขับเคลื่อนพื้นที่นำร่องรวม 26 จังหวัด ภายในปีงบประมาณ 2569
สกร.–มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ขับเคลื่อน “เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท เฟส 2” สู่การลงพื้นที่จริง 6 จังหวัดนำร่อง
จากห้องประชุมสู่การปฏิบัติจริง โครงการได้เริ่มลงพื้นที่นำร่องแล้วจำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี – พิษณุโลก – กำแพงเพชร – อุทัยธานี – อ่างทอง – นครปฐม โดยออกแบบกิจกรรมให้เชื่อมโยงกับบริบท เยาวชน และชุมชนในพื้นที่จริง สะท้อนบทบาท สกร. ที่ไม่เพียงเป็นหน่วยงานด้านการศึกษา แต่ยังเป็น “ผู้สร้างพลเมืองที่ดีสู่สังคมไทย”
กิจกรรมในแต่ละจังหวัด
ราชบุรี – เยาวชนกว่า 80 คนร่วมเวทีเสวนาและปฏิบัติภารกิจ “One Small Act for Community” ผ่านการจัดระเบียบห้องสมุดชุมชนและช่วยงานสาธารณะ จุดประกายความดีจากการรับผิดชอบต่อพื้นที่ของตนเอง
พิษณุโลก – ออกแบบกิจกรรมต่อยอดทักษะคิดเท่าทันสื่อ แยกแยะความจริง–เท็จ พร้อมกิจกรรม “คิดเป็น – แยกแยะเป็น – เชื่ออย่างมีเหตุผล” สร้างความตระหนักว่าความดีรวมถึง “ไม่แชร์ความไม่จริงไปทำร้ายสังคม”
กำแพงเพชร – เชื่อมโยงเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชีวิตจริง ผ่านกิจกรรมวางแผนรายรับ–รายจ่าย เป้าหมายชีวิต และภาคปฏิบัติ “สวนครัวสู่โต๊ะอาหาร” ปลูกผักและมอบผลผลิตแก่ผู้สูงอายุในพื้นที่
อุทัยธานี – ผ่านกิจกรรมสราญใจ เพื่อสร้างความสนุกผ่อนคลายความตึงเครียด หรือทำให้รู้สึกสบายใจ มีความสุข ที่ทำความดีโดยความสมัครใจ ยกจิตอาสาพึ่งพาได้ และทำความดีเพื่อส่วนรวม
อ่างทอง – ผ่านกิจกรรมวาดภาพและระบายสี ให้ผู้เข้ารับการอบรม เล่าเรื่องการทำความดี ผ่านการวาดภาพ ฝึกใช้จิตนาการ ผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
นครปฐม ได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษหัวข้อ “พระมหากษัตริย์ พ่อของแผ่นดิน” พร้อมกิจกรรม “แผ่นป้ายคำที่ฉันจะนำไปใช้ในชีวิต” และ “คำมั่นสัญญา 1 ความดีใน 7 วัน” พร้อมระบบติดตามผลหลังการอบรม
ภาพรวมทั้ง 6 จังหวัดมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 500 คน สถานศึกษาและศูนย์การเรียนรู้ 6 แห่งกลายเป็นต้นแบบ Clean Zone พร้อมเกิดเยาวชนแกนนำ 12 กลุ่มที่พร้อมขยายผลกิจกรรมจิตอาสาโดยไม่ต้องรอการสนับสนุนงบประมาณ ถือเป็นความสำเร็จเชิง “Social Multiplier” สร้างแรงกระเพื่อมเชิงคุณธรรมในสังคม
กรมส่งเสริมการเรียนรู้และมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดคาดหวังว่า โครงการนี้จะช่วยให้เยาวชนเติบโตเป็น “พลเมืองดี มีคุณธรรม เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีภูมิคุ้มกันทางปัญญา” พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมไทยที่ใสสะอาดและยั่งยืน และ สกร. จะขยายผลให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศตามเป้าหมายต่อไป
ข้อดีของการขับเคลื่อนโครงการในลักษณะนี้คือการบูรณาการความรู้ด้านคุณธรรมกับการปฏิบัติจริงในชุมชน ทำให้เยาวชนได้สัมผัสและลงมือทำสิ่งดีๆ ด้วยตนเอง ไม่ใช่เพียงเรียนรู้จากตำรา ซึ่งส่งผลต่อการสร้างนิสัยและทัศนคติในระยะยาว
นอกจากนี้ การออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัดยังช่วยให้เยาวชนรู้สึกมีส่วนร่วมและเกิดความภาคภูมิใจในถิ่นฐานของตนเอง ทำให้การส่งเสริมคุณธรรมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ภารกิจที่ถูกบังคับหรือเป็นเพียงกิจกรรมชั่วคราว
การนำหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการวางแผนชีวิตและการเกษตรยังช่วยให้เยาวชนเข้าใจแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน สามารถจัดการกับปัญหาทางการเงินและชีวิตประจำวันได้อย่างมีเหตุผลและมีเป้าหมาย
การอบรมด้านสื่อสารและคิดวิเคราะห์ยังเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโครงการ เนื่องจากปัจจุบันเยาวชนต้องเผชิญกับข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก ทั้งข้อเท็จจริงและข่าวปลอม การพัฒนาทักษะการแยกแยะและคิดวิเคราะห์จึงช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนหลงผิดและสามารถเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ
การจัดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งการเสวนา การลงมือทำ และการเล่าเรื่องผ่านศิลปะช่วยให้เยาวชนมีโอกาสแสดงออกและเรียนรู้ในแบบที่ตนเองถนัด ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมและจดจำสิ่งที่ได้เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การติดตามผลหลังการอบรมยังช่วยให้สามารถประเมินความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมและทัศนคติของเยาวชนได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาโครงการให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่าง สกร. และมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาดถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันเพื่อสังคม ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และทรัพยากรเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การมีเป้าหมายในการขยายผลไปยัง 26 จังหวัดทั่วประเทศแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและต้องการสร้างผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยให้สังคมไทยมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว
การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในเยาวชนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความร่วมมือและความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วน ทำให้เป็นไปได้ และจะส่งผลดีต่อสังคมโดยรวมในอนาคต