สกสค. เดินหน้าฟ้องเรียกค่าตอบแทน บริษัทร่วมทุน กว่า 350 ล้าน

สกสค. เดินหน้าฟ้องเรียกค่าตอบแทน บริษัทร่วมทุน หลังจากที่บริษัทดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำสั่งศาลและไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยเงินก้อนนี้มีมูลค่ากว่า 350 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกองทุนที่ควรนำไปใช้เพื่อสวัสดิการของครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับการทุจริตและการกู้คืนทรัพย์สินสาธารณะ

สกสค. เดินหน้าฟ้องเรียกค่าตอบแทน บริษัทร่วมทุน

เมื่อเร็วๆ นี้ นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีที่ สกสค. เดินหน้าฟ้องเรียกค่าตอบแทน บริษัทร่วมทุน จากโครงการที่ผิดพลาดในอดีต ย้อนกลับไปในปี 2557 สกสค. ได้นำเงินกองทุนสนับสนุนพิเศษภายใต้โครงการเงินกู้ ช.พ.ค. จำนวน 800 ล้านบาท ไปลงทุนร่วมกับบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ในโครงการไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน ซึ่งควรจะเป็นโครงการที่สร้างรายได้ให้กองทุน แต่กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่

พื้นหลังของโครงการและความผิดปกติ

โครงการนี้เริ่มต้นด้วยความหวังว่าจะสร้างพลังงานสะอาดจากขยะชุมชนและให้ผลตอบแทนแก่กองทุนสวัสดิการครู แต่ต่อมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตรวจสอบและชี้มูลความผิดของคณะกรรมการกองทุนสกสค. และบริษัทร่วมทุน dẫn ไปสู่การฟ้องคดีอาญาที่ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบในภาคกลาง ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 ให้ลงโทษผู้กระทำผิด และระบุชัดว่าหากสกสค. ไม่ได้รับค่าตอบแทนตามสัญญา ต้องดำเนินคดีแพ่งต่อไป

  • เงินลงทุนเริ่มต้น: 800 ล้านบาท จากกองทุน ช.พ.ค.
  • บริษัทคู่สัญญา: หนองคายน่าอยู่ จำกัด
  • คำพิพากษาศาลอาญา: 27 ก.ย. 2566
  • มูลค่าที่ฟ้องเรียก: 361,673,860 บาท (รวมดอกเบี้ย)

ขั้นตอนการทวงถามและฟ้องร้อง

ตามสัญญา บริษัทต้องจ่ายค่าตอบแทนให้สกสค. ตามกำหนดเวลา แต่บริษัทเพิกเฉย สกสค. จึงส่งหนังสือทวงถามหลายครั้งโดยไม่สำเร็จ ทางออกคือการนำเรื่องเสนอคณะกรรมการกฎหมายและอรรถคดี ซึ่งมี ร.ต.อ. โชคชัย สิทธิผลกุล อัยการอาวุโส เป็นประธาน คณะกรรมการเห็นชอบให้ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย 361 ล้านบาท สกสค. จึงมอบอำนาจให้สำนักงานอัยการสูงสุด โดยอัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่ง ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการสกสค. ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบและติดตามใกล้ชิด โดยเน้นว่าจะขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อกู้คืนเงินกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อครู

ความสำคัญต่อสวัสดิการครู

สกสค. เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ กองทุนเหล่านี้มาจากเงินออมและเงินกู้ที่ครูฝากไว้ การสูญเสียเงินก้อนนี้จึงกระทบโดยตรงต่อสวัสดิการ เช่น การช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล การศึกษา และอื่นๆ การที่ สกสค. เดินหน้าฟ้องเรียกค่าตอบแทน บริษัทร่วมทุน จึงเป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความโปร่งใสและรับผิดชอบ

ในมุมมองของผู้เขียน การดำเนินคดีนี้ไม่เพียงกู้คืนเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนให้หน่วยงานรัฐเลือกคู่ค้าอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย หากคุณเป็นครูหรือบุคลากรทางการศึกษา ควรติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมันเกี่ยวข้องกับเงินของคุณโดยตรง แนะนำให้เข้าร่วมกลุ่มสวัสดิการครูหรือติดตามข่าวสารจากสกสค. เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์

สุดท้าย การฟ้องร้องครั้งนี้คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบลงทุนของสกสค. ให้โปร่งใสยิ่งขึ้น สร้างความมั่นใจให้ครูทุกคน

ที่มา – สกสค. เดินหน้าฟ้องเรียกค่าตอบแทน บริษัทร่วมทุนฯ หลังเพิกเฉยตามคำสั่งศาล กว่า 350 ล้านบาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *