“สถาบันสร้างชาติ” วิเคราะห์นโยบาย “รถไฟฟ้า20บาท”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) ได้ออกมาวิเคราะห์นโยบาย “รถไฟฟ้า20บาท” อย่างละเอียด โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวแม้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แต่ก็มีประเด็นที่ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

“สถาบันสร้างชาติ” วิเคราะห์นโยบาย “รถไฟฟ้า20บาท”

“รถไฟฟ้า20บาท” เป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลนำเสนอเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนจากรถยนต์ส่วนตัวไปสู่ระบบขนส่งสาธารณะ เนื่องจากการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวส่วนใหญ่คือสาเหตุหนึ่งของปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ระบุว่า นโยบาย “รถไฟฟ้า20บาท” ถือว่าเป็นนโยบายประชานิยมที่ช่วยให้รัฐบาลได้คะแนนเสียงจากประชาชนในระยะสั้น แต่ระยะยาวอาจเผชิญปัญหาการขาดทุนจากการชดเชยค่าโดยสารของรัฐ หากภาครัฐต้องอุดหนุนเงินเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง อาจกระทบงบประมาณภาครัฐในวงกว้าง

ประโยชน์และผลกระทบต่อกลุ่มต่าง ๆ

สำหรับภาคธุรกิจ ระบบรถไฟฟ้าที่มีผู้โดยสารหนาแน่นจากการลดราคาอาจเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดี โดยเฉพาะรายได้เสริมจากโฆษณาและพื้นที่เช่าในสถานี แต่หากจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐอาจไม่สามารถรองรับการลงทุนเพิ่มเติมได้เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางการเงิน

กลุ่มประชาชนโดยทั่วไปจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากอัตราค่าโดยสารที่ถูกลง แต่หากไม่มีมาตรการบริหารจัดการ เช่น การเพิ่มความถี่ของขบวน หรือขยายเส้นทาง อาจทำให้เกิดปัญหาความแออัด โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน

นอกจากนี้ กลุ่มประชาชนที่มีความเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้พิการ อาจขัดข้องในการใช้ระบบยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยี จึงอาจส่งผลให้พวกเขาเข้าถึงสิทธิได้ยาก ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำ

  • การใช้งบประมาณภาครัฐ: นโยบายต้องการการอุดหนุนจำนวนมากเพื่อชดเชยค่าโดยสาร
  • การเอื้อประโยชน์ภาคเอกชน: เศรษฐกิจจากอสังหาฯ และพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสถานีอาจเอื้อต่อกลุ่มเอกชน
  • ผลกระทบระยะยาว: ความยั่งยืนของระบบอาจมีความเสี่ยงหากพึ่งพารัฐบาลเกินไป

แนวทางแก้ไขเพื่อความยั่งยืน

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เสนอแนะว่า รัฐควรเน้นการสร้างรายได้แบบ “ไม่พึ่งพาค่าโดยสาร” เพื่อรักษาระดับการดำเนินงานของระบบขนส่งสาธารณะในระยะยาว เหมือนในต่างประเทศ เช่น ฮ่องกงที่สามารถใช้พื้นที่สถานีและการร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อสร้างรายได้สูงสึง 37% จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่ง

นอกจากนี้ การเชื่อมโยงระหว่างระบบขนส่งหลายรูปแบบ เช่น รถไฟฟ้า รถยเมล์ และเรือโดยสาร ควรได้รับการพัฒนาสอดคล้องกัน เพื่อรองรับรูปแบบที่อยู่อาศัยในเมืองที่ครอบคลุมหลายโซน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงจุดเชื่อมต่อได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

รัฐควรส่งเสริมการลงทุนร่วมกับเอกชน และมีการจัดการต้นทุนที่โปร่งใสอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการพัฒนากลไกการคิดราคาที่สะท้อนถึงความสามารถในการจ่ายของผู้ใช้บริการ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและลดภาระทางการเงินของทั้งรัฐและประชาชน

แนวทางการจัดการ “รถไฟฟ้า20บาท” อย่างสมดุล ไม่เพียงแต่ต้องให้ผลประโยชน์ประชาชน แต่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืน และการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในระยะยาว การทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ที่มา – “สถาบันสร้างชาติ”ชำแหละนโยบาย“รถไฟฟ้า20บาท” ใช้เงินแผ่นดินสร้างประชานิยมผู้โดยสารล้นทะลัก-เอื้อเอกชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *