สถิติชี้ เวียร์ตซ์ พัฒนากับลิเวอร์พูล
สถิติชี้ เวียร์ตซ์ พัฒนากับลิเวอร์พูล อย่างชัดเจน หลังมิดฟิลด์ตัวรุกชาวเยอรมันทำผลงานโดดเด่นในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกเอาชนะเบรนท์ฟอร์ด 2-1 แม้เจ้าบ้านจะเหลือผู้เล่นเพียง 9 คนก็ตาม เกมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งนัดสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับโฟลเรียน เวียร์ตซ์ ซึ่งกำลังปรับตัวเข้ากับระบบของทีมได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
เวียร์ตซ์มีส่วนร่วมกับประตูด้วยการทำ 1 แอสซิสต์ พร้อมสร้างปัญหาให้แนวรับคู่แข่งตลอดทั้งเกม จุดเด่นของเขาไม่ได้อยู่แค่การจ่ายบอลจังหวะสุดท้าย แต่ยังรวมถึงการเคลื่อนที่ การหาพื้นที่ว่าง และความสามารถในการเล่นในพื้นที่แคบ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับนักเตะระดับแนวหน้าของพรีเมียร์ลีก
สถิติชี้ เวียร์ตซ์ พัฒนากับลิเวอร์พูล
ตัวเลขที่น่าสนใจคือ เวียร์ตซ์สร้างสรรค์โอกาสจากการเล่นโอเพ่นเพลย์ได้ถึง 9 ครั้งในเกมเดียว โดยไม่นับรวมจังหวะจากลูกตั้งเตะ สถิตินี้ทำให้เขาขึ้นมาเทียบเท่ากับซาดิโอ มาเน ซึ่งเคยสร้างโอกาสจำนวนเท่ากันให้ลิเวอร์พูลในเกมพบเบิร์นลีย์เมื่อปี 2021
อย่างไรก็ตาม เวียร์ตซ์มีผลงานที่โดดเด่นกว่าในแง่ของผลลัพธ์ เพราะเขาสามารถทำแอสซิสต์ได้ด้วย นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทตลอด 90 นาที ด้วยการวิ่งรวมระยะทาง 13.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางมากที่สุดในสนาม ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเขาไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะการสร้างสรรค์เกมรุกเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยทีมในเรื่องการไล่บอลและการเคลื่อนที่เพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม
สถิติชี้ เวียร์ตซ์ พัฒนากับลิเวอร์พูล ในเกมรุก
เมื่อมองภาพรวมของฤดูกาล เวียร์ตซ์ยังเป็นผู้เล่นที่สร้างโอกาสทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุด โดยมีตัวเลขรวม 20 ครั้ง สถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเขามีอิทธิพลต่อเกมรุกของลิเวอร์พูลอย่างต่อเนื่อง แม้จำนวนแอสซิสต์ที่เกิดขึ้นจริงอาจยังไม่สะท้อนคุณภาพของโอกาสที่เขาสร้างขึ้นทั้งหมดก็ตาม
ปัญหาสำคัญคือเพื่อนร่วมทีมยังไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นประตูได้ครบถ้วน หลายจังหวะจบลงด้วยการยิงติดเซฟ ยิงหลุดกรอบ หรือถูกแนวรับคู่แข่งสกัดในวินาทีสุดท้าย หากกองหน้าของลิเวอร์พูลจบสกอร์ได้เฉียบคมขึ้น ตัวเลขแอสซิสต์ของเวียร์ตซ์ก็น่าจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และอาจทำให้ผลงานของเขาโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม
สถิติการสร้างโอกาสจากโอเพ่นเพลย์ 9 ครั้งของเวียร์ตซ์ยังอยู่ใกล้เคียงกับสถิติสูงสุดในพรีเมียร์ลีก โดยซามีร์ นาสรีเคยทำไว้ 10 ครั้งในสมัยเล่นให้อาร์เซนอล เกมพบทอตแนม ฮอตสเปอร์ เมื่อปี 2011 แม้เวียร์ตซ์จะยังไม่ทำลายสถิติดังกล่าว แต่ผลงานของเขาก็เพียงพอที่จะยืนยันถึงศักยภาพในการเป็นเพลย์เมกเกอร์คนสำคัญ
เหตุผลที่เวียร์ตซ์สร้างความแตกต่าง
อันโดนี อิราโอลา มองว่าเกมที่มีพื้นที่เล่นจำกัดจำเป็นต้องใช้นักเตะที่มีเทคนิคสูงและตัดสินใจได้รวดเร็ว เบรนท์ฟอร์ดพยายามปิดพื้นที่หน้าประตู ทำให้ผู้เล่นของลิเวอร์พูลมีเวลาครองบอลไม่มากนัก การเอาตัวรอดในสถานการณ์เช่นนี้จึงต้องอาศัยการสัมผัสบอลที่ละเอียด การจ่ายบอลแม่นยำ และการเคลื่อนที่ที่ฉลาด
อิราโอลาระบุว่าทีมต้องการผู้เล่นแบบเวียร์ตซ์ เอ็นกูโมฮา และมูนญอซ เพราะนักเตะเหล่านี้สามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยตัวเอง ทั้งการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง การจ่ายบอลทะลุช่อง หรือการเคลื่อนที่เข้าไปในพื้นที่อันตราย ความสามารถเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในเกมที่คู่แข่งตั้งรับลึกและลดพื้นที่ระหว่างแนวรับกับกองกลาง
- การสร้างโอกาส: เวียร์ตซ์สร้างโอกาสจากโอเพ่นเพลย์ได้ 9 ครั้งในเกมเดียว
- การมีส่วนร่วมกับประตู: เขาทำ 1 แอสซิสต์ และช่วยให้เกมรุกของลิเวอร์พูลมีความหลากหลาย
- การทำงานเพื่อทีม: วิ่งรวม 13.3 กิโลเมตร มากที่สุดในเกม
- ความสม่ำเสมอ: สร้างโอกาสทำประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้รวม 20 ครั้ง
สิ่งที่เวียร์ตซ์ต้องพัฒนาต่อไปคือการเพิ่มความต่อเนื่องในจังหวะจบสกอร์และการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม เมื่อทุกคนเข้าใจจังหวะการเคลื่อนที่ของกันและกันมากขึ้น เขาจะมีโอกาสได้บอลในพื้นที่อันตรายบ่อยกว่าเดิม ขณะเดียวกันเพื่อนร่วมทีมก็จะคาดเดาการจ่ายบอลของเขาได้ดีขึ้น
โดยรวมแล้ว ผลงานในเกมนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับลิเวอร์พูล เวียร์ตซ์กำลังแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถรับมือกับความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีกได้ และเริ่มมีบทบาทสำคัญในเกมที่ทีมต้องเจอกับแนวรับที่เล่นอย่างรัดกุม ความสามารถในการสร้างโอกาสจำนวนมากควบคู่กับการทำงานหนัก ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลควรติดตามอย่างใกล้ชิด
มุมมองที่น่าสนใจคือ หากเวียร์ตซ์รักษาฟอร์มการเล่นในระดับนี้ได้ พร้อมกับได้รับการสนับสนุนจากแนวรุกอย่างเต็มที่ เขาอาจกลายเป็นศูนย์กลางเกมรุกคนใหม่ของลิเวอร์พูลได้ในอนาคต แฟนหงส์แดงจึงมีเหตุผลที่จะคาดหวังว่าเขาจะยกระดับผลงานขึ้นอีกในเกมถัดไป
ที่มา – สถิติบ่งชัด “เวียร์ตซ์” กำลังดีขึ้นกับ “หงส์แดง” ด้าน “อิราโอลา” ชี้ทีมต้องการนักเตะแบบนี้