สธ.เผายาเสพติด 93 ตัน พบยาบ้า ไอซ์ คีตามีนมากสุด
สธ.เผายาเสพติด 93 ตัน พบยาบ้า ไอซ์ คีตามีนมากสุด เป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขในการตัดวงจรยาเสพติดของกลางไม่ให้กลับเข้าสู่สังคมอีกครั้ง โดยจัดพิธีเผาทำลายยาเสพติดครั้งที่ 63 ณ ศูนย์บริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อุตสาหกรรม หรือเตาเผาขยะอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ
พิธีครั้งนี้มีนายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา รวมถึงหน่วยงานภาคีเครือข่ายจากหลายฝ่ายเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน สะท้อนความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการจัดการยาเสพติดของกลางอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
สธ.เผายาเสพติด 93 ตัน พบยาบ้า ไอซ์ คีตามีนมากสุด
ยาเสพติดที่นำมาเผาทำลายในครั้งนี้มาจากคดีทั้งหมด 48,320 คดี มีน้ำหนักรวมหีบห่อ 93,092 กิโลกรัม หรือประมาณ 93 ตัน ขณะที่น้ำหนักยาเสพติดจริงอยู่ที่ 74,460 กิโลกรัม ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงปริมาณยาเสพติดจำนวนมากที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดและดำเนินคดีได้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการทำลายตามขั้นตอนของกฎหมาย
สธ.เผายาเสพติด 93 ตัน พบยาบ้า ไอซ์ คีตามีนมากสุด จากหลายคดี
ในบรรดายาเสพติดของกลางทั้งหมด พบว่าเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้ามีปริมาณมากที่สุดกว่า 48,172 กิโลกรัม รองลงมาคือเมทแอมเฟตามีนชนิดไอซ์กว่า 20,934 กิโลกรัม และคีตามีนกว่า 2,683 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีไซบูทรามีนกว่า 1,700 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 635 กิโลกรัม รวมถึงยาเสพติดและสารควบคุมประเภทอื่นๆ
สธ.เผายาเสพติด 93 ตัน พบยาบ้า ไอซ์ คีตามีนมากสุด ภายใต้แนวคิด “Burn for Better เผาวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ไม่ได้เป็นเพียงการกำจัดของกลางเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันว่าหน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้ยาเสพติดที่ยึดได้ถูกนำกลับไปใช้หรือหมุนเวียนในเครือข่ายอีก
ขั้นตอนเผาทำลายยาเสพติดควบคุมอย่างไร
การเผาทำลายใช้เตาเผาขยะอันตราย หรือ Hazardous Waste Incinerator ซึ่งออกแบบมาสำหรับทำลายวัสดุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ระบบการเผาประกอบด้วยเตาเผา 2 ชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายสารประกอบอันตรายจากยาเสพติดของกลาง
- เตาเผาชุดที่ 1: เป็นเตาเผาแบบหมุน หรือ Rotary Kiln ใช้อุณหภูมิมากกว่า 850 องศาเซลเซียส
- เตาเผาชุดที่ 2: เป็นเตาเผาซ้ำ ใช้อุณหภูมิมากกว่า 1,200 องศาเซลเซียส
- ระบบควบคุมมลพิษ: ช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการเผาต่อสิ่งแวดล้อม
- การตรวจสอบ: มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการเผาทำลายทุก 3 ชั่วโมง
- ระยะเวลา: เผาทำลายต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569
การใช้ความร้อนในระดับสูงและการเผาซ้ำช่วยให้มั่นใจว่าสารประกอบอินทรีย์อันตรายจะถูกทำลายมากกว่า 99.99% ขณะเดียวกันยังมีการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและระบบควบคุมมลพิษที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อชุมชนโดยรอบและสิ่งแวดล้อม
ความร่วมมือของหน่วยงานช่วยสร้างความเชื่อมั่น
ภารกิจครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ กองทัพบก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด กรมศุลกากร กรมประชาสัมพันธ์ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม การมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยานช่วยให้ทุกขั้นตอนมีความรัดกุมมากขึ้น
นอกจากการตรวจสอบจำนวนและน้ำหนักของกลางแล้ว การทำลายยังต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตั้งแต่การขนส่ง การจัดเก็บ การส่งมอบ ไปจนถึงการเผาในสถานที่ที่มีระบบรองรับอย่างเหมาะสม กระบวนการทั้งหมดจึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าของกลางจะไม่สูญหายและไม่ถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด
การเผาทำลายยาเสพติดจำนวนมากในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าภาครัฐยังคงเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาให้เกิดผลในระยะยาวจำเป็นต้องทำควบคู่กันหลายด้าน ทั้งการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า การปราบปรามเครือข่ายรายใหญ่ การบำบัดผู้เสพ และการสร้างความรู้ให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันภัยจากยาเสพติด
ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการช่วยกันสอดส่อง แจ้งเบาะแสการค้ายาเสพติดผ่านช่องทางของภาครัฐ และดูแลคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพราะการป้องกันตั้งแต่ต้นทางจะช่วยลดโอกาสที่ยาเสพติดจะเข้าถึงชุมชนได้มากที่สุด ภารกิจเผาทำลายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการกำจัดของกลาง แต่เป็นการส่งต่อความหวังให้สังคมปลอดภัยขึ้นในอนาคต
ที่มา – ‘สธ.’เดินหน้าส่งยานรกเข้าเตาเผา’ 93 ตัน’ พบ’ยาบ้า ไอซ์ คีตามีน’เยอะสุด