สนธิญาจี้ตรวจสอบ 3 โครงการเงินมูลนิธิกันจอมพลัง
ประเด็นการตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังนายสนธิญา สวัสดี เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินงาน 3 โครงการบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเกี่ยวข้องกับการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ ระบบกล้องวงจรปิด หรือ CCTV และการลากสายไฟฟ้าระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
การร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกร้องเรียนมีความผิดแล้ว แต่เป็นการขอให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่ แหล่งที่มาของเงิน และการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความชัดเจนและลดข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคม
สนธิญาจี้ตรวจสอบ 3 โครงการเงินมูลนิธิกันจอมพลัง
นายสนธิญาระบุว่า ได้ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบการดำเนินงานในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยเฉพาะบริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้า บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมกลัด และตำบลชำราก จังหวัดตราด ประเด็นสำคัญคือการติดตั้งสิ่งปลูกสร้างและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่
สำหรับ 3 โครงการที่ถูกตั้งคำถาม ประกอบด้วยการนำตู้คอนเทนเนอร์เข้าไปติดตั้ง การติดตั้งกล้อง CCTV และการลากสายไฟฟ้าความยาวประมาณ 3,000 เมตร ผู้ร้องขอให้ตรวจสอบว่าโครงการทั้งหมดอยู่ในเขตประเทศไทยอย่างชัดเจนหรือไม่ รวมถึงดำเนินการตามขั้นตอนด้านความมั่นคงและระเบียบราชการครบถ้วนหรือเปล่า
ประเด็นเงินบริจาคและเอกสารที่ต้องชี้แจง
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือแหล่งที่มาของงบประมาณ นายสนธิญาตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่นำมาใช้ในโครงการอาจมาจากกลุ่มแฟนคลับของกันจอมพลัง หรือมาจากเงินของมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ จึงต้องการให้มีการแยกบัญชีและชี้แจงอย่างชัดเจนว่าเงินแต่ละส่วนมีจำนวนเท่าใด และถูกนำไปใช้กับกิจกรรมหรือโครงการใดบ้าง
การบริจาคเงินให้มูลนิธิหรือการเรี่ยไรเงินจากประชาชนควรมีเอกสารหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นรายรับ รายจ่าย ใบเสร็จ เอกสารภาษี และรายงานการใช้เงินต่อหน่วยงานที่กำกับดูแล หากมีการสำรองจ่ายก่อนแล้วจึงเบิกคืนจากมูลนิธิ ก็ควรระบุแหล่งเงิน ผู้จ่ายเงิน จำนวนเงิน และเหตุผลในการเบิกจ่ายให้ครบถ้วน
- ตรวจสอบใบอนุญาตการเรี่ยไรและการรับบริจาค
- แยกบัญชีเงินจากกลุ่มแฟนคลับกับบัญชีของมูลนิธิ
- แสดงรายรับ รายจ่าย และเอกสารประกอบการใช้เงิน
- ตรวจสอบการอนุญาตเข้าพื้นที่และการดำเนินโครงการ
- ชี้แจงสถานะของตู้คอนเทนเนอร์ กล้อง CCTV และสายไฟฟ้า
นอกจากเรื่องการเงินแล้ว ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าไปดำเนินงานในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมีการอ้างถึงกลไกคณะกรรมการ 3 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC และคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค หรือ RBC
นายสนธิญาต้องการให้ตรวจสอบว่าการติดตั้งอุปกรณ์และการนำสิ่งของเข้าไปในพื้นที่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชาหรือไม่ รวมทั้งมีหนังสืออนุญาตจากหน่วยงานทหารหรือหน่วยงานปกครองที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะพื้นที่ชายแดนจำเป็นต้องมีการจัดระเบียบผู้เข้าใช้พื้นที่ เพื่อป้องกันความสับสนและผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
หน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบอย่างเป็นกลาง
กรณีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการร้องขอให้ตรวจสอบ จึงควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายนำเอกสารและข้อมูลมาอธิบายอย่างครบถ้วน การตั้งคำถามเรื่องเงินบริจาคหรือการขออนุญาตโครงการไม่ควรถูกมองว่าเป็นการตัดสินความผิดล่วงหน้า ขณะเดียวกัน ผู้รับเงินบริจาคและผู้ดำเนินงานสาธารณะก็มีหน้าที่สร้างความมั่นใจให้ประชาชนด้วยความโปร่งใส
หัวใจสำคัญของเรื่องคือการแยกข้อเท็จจริงออกจากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ประชาชนควรพิจารณาจากเอกสารทางราชการ รายงานทางบัญชี และผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจ ไม่ควรใช้การกล่าวหา การด่าทอ หรือความชื่นชอบส่วนตัวเป็นตัวตัดสินว่าใครถูกหรือผิด
ท้ายที่สุด สนธิญาจี้ตรวจสอบ 3 โครงการเงินมูลนิธิกันจอมพลัง เพื่อให้เกิดคำตอบเรื่องอำนาจหน้าที่ การใช้พื้นที่ และเส้นทางเงินอย่างชัดเจน หากทุกอย่างดำเนินการถูกต้อง การตรวจสอบก็จะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริจาคได้ แต่หากพบข้อบกพร่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
ประชาชนสามารถติดตามผลการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐและใช้ข้อมูลที่มีหลักฐานประกอบการพิจารณา การสนับสนุนงานเพื่อสังคมควรมาพร้อมกับความโปร่งใส เพราะความไว้วางใจที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จากการเปิดเผยข้อมูลและการตรวจสอบที่เป็นธรรม
ที่มา – ‘สนธิญา’ สับแหลก ‘กันจอมพลัง’ จี้ตรวจสอบ 3 โครงการผ่านเงินมูลนิธิ
