สพฐ.ส่งคาราวานน้ำใจถึง 6 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
การศึกษาเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญที่สุดของสังคม และไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) ก็ยังคงยึดมั่นในภารกิจที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู หรือชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ล่าสุด สพฐ. ได้จัดกิจกรรม “คาราวานช่วยเหลือผู้ประสบภัยจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา” เพื่อส่งความช่วยเหลือและกำลังใจไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน
สพฐ.ส่งคาราวานน้ำใจถึง 6 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สพฐ. ได้เดินทางไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 เพื่อมอบคาราวานธารน้ำใจให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ชัดเจนของ สพฐ. ที่จะดูแลและช่วยเหลือทุกคนในพื้นที่โดยไม่แบ่งแยก
การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อเยียวยาและฟื้นฟู
กิจกรรมคาราวานดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้าวันที่ 12 ธันวาคม 2568 จากกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนจะเดินทางมายังจังหวัดบุรีรัมย์ในวันถัดมา ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการส่งของช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งกำลังใจและความห่วงใยจากทุกภาคส่วนให้กับผู้ประสบภัยอีกด้วย
นอกจากนี้ เลขาธิการ กพฐ. ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อติดตามความคืบหน้าของการช่วยเหลือและการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างหนัก
สิ่งของช่วยเหลือที่ส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย
ความห่วงใยของ สพฐ. ไม่ได้อยู่แค่ในรูปคำพูด แต่ยังแสดงออกผ่านการลงมือทำจริง โดยคาราวานน้ำใจครั้งนี้ได้นำสิ่งของจำเป็นไปมอบให้กับสถานศึกษาและประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น
- เครื่องอุปโภคบริโภคพื้นฐาน
- ชุดการเรียนรู้สำหรับนักเรียน
- วัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน
- สิ่งของใช้ในชีวิตประจำวัน
ทั้งหมดนี้ถูกส่งไปยัง 6 จังหวัดชายแดน ได้แก่ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ สระแก้ว และตราด ซึ่งแต่ละพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และมีความต้องการด้านการศึกษาและสวัสดิการที่เร่งด่วน
การดูแลนักเรียนและครูในพื้นที่ประสบภัย
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของคาราวานน้ำใจคือการรับรองว่านักเรียนจะยังคงสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงวิกฤติ สพฐ. จึงให้ความสำคัญกับการส่งชุดการเรียนรู้และอุปกรณ์การศึกษาไปยังโรงเรียนต่าง ๆ พร้อมทั้งดูแลความปลอดภัยและเยียวยาจิตใจของทั้งนักเรียนและครู
นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. ได้ให้ข้อความสำคัญว่า “สพฐ. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งฟื้นฟูสถานศึกษา ดูแลความปลอดภัย และเยียวยาจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ หวังให้ทุกฝ่ายกลับมาดำเนินชีวิตและจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด”
การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ
ความสำเร็จของคาราวานน้ำใจครั้งนี้ไม่ใช่งานของ สพฐ. เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากการร่วมมือกันของหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันบริจาคและสนับสนุนสิ่งของ รวมถึงบุคลากรที่ลงพื้นที่เพื่อดูแลผู้ประสบภัย
การลงพื้นที่ของผู้บริหาร สพฐ. ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีการแบ่งทีมส่งคาราวานน้ำใจไปยังอีก 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่
- อุบลราชธานี โดย นายศุภสิน ภูศรีโสม และ นางพวงทอง ศรีวิลัย
- สุรินทร์ โดย นางสาวสุทธิชารัชต์ คำสองสีภัคนนท์ และ นางสาวปัทมา เทียมเนียม
- ศรีสะเกษ โดย นายพิทักษ์ โสตถยาคม
- สระแก้ว โดย นางสาวพัชรกันย์ เมธาอัครเกียรติ และ นายสุวิทย์ บึงบัว
- ตราด โดย นางสาวจุฬาลักษณ์ ทรัพย์สุทธิ
ทุกทีมล้วนเดินทางไปพร้อมกับภารกิจเดียวกัน คือ การช่วยเหลือและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
การศึกษาเพื่อความหวังและอนาคต
การส่งการศึกษาไปยังพื้นที่ประสบภัย ไม่ใช่เพียงการให้วัสดุอุปกรณ์ แต่คือการส่ง “ความหวัง” ไปยังเด็กและเยาวชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก การได้รับการศึกษาจะช่วยให้พวกเขาเห็นอนาคตที่ดีกว่า และมีพลังในการฟื้นฟูชุมชนของตนเองในวันข้างหน้า
สพฐ. ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์นี้ และพร้อมเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใด ๆ เพราะการศึกษาคือสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ
การจัดกิจกรรม “คาราวานช่วยเหลือผู้ประสบภัยจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา” จึงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือในเชิงวัตถุ แต่คือการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและการศึกษาของชาติ สพฐ. พร้อมยืนหยัดเคียงข้างทุกคน ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของประเทศ
ที่มา – สพฐ.ระดมพลัง ส่งคาราวานน้ำใจถึง 6 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง