สพฐ.แจ้งเตือนรับมือพายุคาจิกิ เฝ้าระวังโรงเรียน
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตามรายงานสถานการณ์ล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยา พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงและกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง จากนั้นจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน เป็นเหตุให้ในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคม 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะประสบกับฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ร่วมกับลมพายุที่มีกำลังแรง
สพฐ.แจ้งเตือนรับมือพายุคาจิกิ เฝ้าระวังโรงเรียน
ขณะที่ภาคเหนือจะได้รับผลกระทบหลักในช่วงวันที่ 25–27 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้รับผลกระทบทางอ้อม และอาจประสบกับสภาพอากาศที่เลวร้ายได้เช่นกัน ทำให้มีความจำเป็นที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนัก ลมพายุ รวมถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ
มาตรการเฝ้าระวังและป้องกัน
รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว สพฐ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความห่วงใยสวัสดิภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาทั่วประเทศ จึงได้มีการกำชับให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง เร่งดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง พร้อมทั้งเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในทุกแง่มุม เพื่อความปลอดภัยของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังอันตรายจากสภาพอากาศที่อาจเกิดขึ้น
- วิเคราะห์ความเสี่ยงในการเดินทางของนักเรียน
- จัดเตรียมที่พักพิงในกรณีจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย
- สำรวจและซ่อมแซมอาคาร ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ
- ประสานหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อประกาศหยุดเรียนหากจำเป็น
ทั้งนี้ ทีมงานจากสพฐ. ยังได้เน้นย้ำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและศูนย์การศึกษาพิเศษในทุกพื้นที่ต้องจัดทำและติดตามแผนเผชิญเหตุอย่างเข้มงวด ส่งรายงานสถานการณ์รายวัน และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาให้ทันท่วงที เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
เลขาธิการ กพฐ. ได้กล่าวว่า “หากโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ในทุกพื้นที่พบเหตุด่วนหรือฉุกเฉินที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สามารถประสานงานโดยตรงมายังสำนักงานเลขาธิการ กพฐ. หรือผู้บริหารระดับสูงได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงทีและปลอดภัยที่สุด”
เมื่อเผชิญกับสภาพอากาศสุดโต่งอย่างพายุ “คาจิกิ” นี้ การร่วมมือกันของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการเตรียมตัวล่วงหน้าของสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ถือเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือและลดผลกระทบจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การเฝ้าระวังและการตัดสินใจที่ไวต่อสถานการณ์สามารถช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับนักเรียนและครูได้อย่างเหมาะสม
ที่มา – สพฐ. แจ้งเตือนเขตพื้นที่-โรงเรียน เฝ้าระวังความปลอดภัยรับมือพายุ “คาจิกิ”