สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งขอรัฐเยียวยาเกษตรกรน้ำท่วม

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงกุ้งและปลากระพงขาวในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และสมุทรปราการ หลายครอบครัวต้องเผชิญกับผลผลิตที่เสียหาย บ่อเลี้ยงถูกน้ำท่วม เครื่องจักรชำรุด และไม่สามารถกลับมาเริ่มต้นอาชีพได้ทันทีหลังน้ำลด

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งขอรัฐเยียวยาเกษตรกรอย่างเป็นธรรม พร้อมยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้แทนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับความเสียหายจริง เพราะผลกระทบครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผลผลิตในบ่อ แต่ยังเกี่ยวข้องกับต้นทุนการฟื้นฟูและรายได้ของเกษตรกรในอนาคตด้วย

สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งขอรัฐเยียวยาเกษตรกรอย่างเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 69 ตัวแทนเกษตรกรและสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยเข้ายื่นหนังสือที่รัฐสภา โดยมีนางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รับเรื่อง

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า อุทกภัยส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่าแสนไร่ ความเสียหายรวมในภาคตะวันออกอาจอยู่ที่ประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งและปลากระพงขาวมีความเสียหายเฉพาะผลผลิตประมาณ 1,000 ล้านบาท และเมื่อรวมบ่อเลี้ยง เครื่องตีน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร อาหารสัตว์น้ำ และอุปกรณ์ที่จำเป็น มูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 10,000-13,000 ล้านบาท

ข้อเสนอของสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งขอรัฐเยียวยาเกษตรกร

ตัวแทนเกษตรกรเสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมทั้งด้านหนี้สิน เงินทุน และการฟื้นฟูอาชีพ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาเลี้ยงสัตว์น้ำได้อีกครั้ง โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

  • พักชำระหนี้: ขอให้พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี พร้อมรักษาสถานะเครดิตเดิมของเกษตรกร เพื่อไม่ให้ประวัติทางการเงินได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
  • ปรับโครงสร้างหนี้: ขอให้สถาบันการเงินยืดระยะเวลาชำระหนี้และกำหนดเงื่อนไขให้สอดคล้องกับรอบการฟื้นฟูบ่อ รวมถึงระยะเวลาการเลี้ยงและจับผลผลิตในรอบใหม่
  • จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ: ขอให้รัฐบาลจัดตั้งวงเงิน Soft Loan เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนสำหรับซ่อมแซมบ่อ ซื้อพันธุ์สัตว์น้ำ อาหาร เครื่องตีน้ำ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นอาชีพอีกครั้ง

ข้อเสนอเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องใช้เงินทุนจำนวนมากก่อนจะมีรายได้กลับคืนมา การช่วยเหลือเพียงเงินชดเชยผลผลิตที่เสียหายอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีเงินสำหรับซ่อมบ่อและจัดซื้ออุปกรณ์ การฟื้นฟูอาชีพก็อาจล่าช้า และส่งผลต่อรายได้ของครอบครัวในระยะยาว

ความเสียหายกระทบทั้งอาชีพและความมั่นคงทางอาหาร

นางฐิติมา ฉายแสง กล่าวว่า ความเสียหายของผู้เลี้ยงกุ้งและสัตว์น้ำไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกุ้งหรือปลาที่อยู่ในบ่อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างบ่อเลี้ยง เครื่องจักร เครื่องตีน้ำ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ รัฐบาลจึงควรเร่งลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำหนดมาตรการช่วยเหลือให้เหมาะสมกับความเสียหายรอบด้าน

นอกจากผลกระทบต่อเกษตรกรแล้ว เหตุการณ์นี้ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหารของประเทศ หากผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมากไม่สามารถกลับมาเริ่มต้นการผลิตได้ อาจทำให้ปริมาณสัตว์น้ำในตลาดลดลง ต้นทุนอาหารเพิ่มสูงขึ้น และกระทบต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการแปรรูป รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับข้อเสนอจากเกษตรกรแล้ว โดยเตรียมหลักเกณฑ์ความช่วยเหลือไว้เบื้องต้น และจะรอให้สถานการณ์น้ำท่วมขังคลี่คลายก่อนรวบรวมตัวเลขความเสียหายอย่างเป็นทางการ จากนั้นจึงเร่งออกมาตรการเยียวยาให้เร็วที่สุด

สิ่งที่เกษตรกรควรเตรียมระหว่างรอมาตรการช่วยเหลือ

ในระหว่างรอการประกาศมาตรการอย่างเป็นทางการ เกษตรกรควรเก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน เช่น ภาพถ่ายหรือวิดีโอพื้นที่ก่อนและหลังน้ำท่วม รายการอุปกรณ์ที่ชำรุด ใบเสร็จค่าใช้จ่าย เอกสารสิทธิ์หรือเอกสารการเช่าพื้นที่ และข้อมูลผลผลิตในรอบที่ผ่านมา หลักฐานเหล่านี้จะช่วยให้การตรวจสอบและการยื่นขอรับความช่วยเหลือมีความชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ ควรติดต่อผู้นำชุมชน สำนักงานประมงจังหวัด หน่วยงานเกษตรในพื้นที่ และสถาบันการเงินเจ้าของสินเชื่อ เพื่อสอบถามขั้นตอนการลงทะเบียนและแนวทางพักชำระหนี้ การรวมกลุ่มกันของเกษตรกรก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สามารถสื่อสารปัญหาได้เป็นระบบ และเพิ่มโอกาสในการได้รับการพิจารณามาตรการที่ตรงกับความต้องการจริง

กรณีนี้สะท้อนว่า การเยียวยาที่เป็นธรรมควรครอบคลุมทั้งผลผลิต ทรัพย์สิน หนี้สิน และเงินทุนสำหรับการเริ่มต้นใหม่ หากรัฐบาลสามารถเร่งสำรวจความเสียหายและออกมาตรการได้ตรงจุด จะช่วยให้ผู้เลี้ยงกุ้งกลับมาประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจท้องถิ่นในภาคตะวันออกได้อย่างยั่งยืน

สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งขอรัฐเยียวยาเกษตรกรไม่ใช่เพียงข้อเรียกร้องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่เป็นเสียงสะท้อนถึงความจำเป็นในการวางระบบรับมือภัยพิบัติในระยะยาว ทุกฝ่ายควรร่วมกันผลักดันมาตรการที่โปร่งใส รวดเร็ว และเข้าถึงเกษตรกรตัวจริง เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบมีโอกาสกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง

ที่มา – ‘สมาคมผู้เลี้ยงกุ้ง’ ขอให้รัฐเยียวยา’เกษตรกร’ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมอย่างเป็นธรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *