สมุทรสงคราม ทุเรียน 3 น้ำจ่อปิดตำนาน

วิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่กำลังสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับสวนทุเรียนชื่อดังในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเฉพาะสวนของนายเอกชัย เทียนชัย อายุ 57 ปี กำนันตำบลบ้านปราโมทย์ อำเภอบางคนที เจ้าของสวนทุเรียนสามน้ำที่อยู่คู่พื้นที่มานาน ขณะนี้พื้นที่สวนกว่า 10 ไร่ยังมีน้ำท่วมขัง และต้นทุเรียนหลายร้อยต้นเริ่มมีอาการทรุดโทรมจนสร้างความกังวลว่าอาจเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่

สวนแห่งนี้เป็นสวนเกษตรผสมผสานที่ปลูกทั้งทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ก้านยาว มะละกอ กล้วยหอมทอง และเงาะ มีต้นทุเรียนรวมประมาณ 400 ต้น โดยต้นที่มีอายุมากที่สุดมีอายุราว 30 ปี และมีต้นที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 120 ต้น นอกจากเป็นแหล่งรายได้ของครอบครัวแล้ว สวนแห่งนี้ยังสะท้อนเอกลักษณ์ด้านการเกษตรของจังหวัดสมุทรสงครามได้อย่างชัดเจน

สมุทรสงคราม ทุเรียน 3 น้ำจ่อปิดตำนาน

คำว่า “ทุเรียน 3 น้ำ” สื่อถึงลักษณะพื้นที่ของสมุทรสงครามที่มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม สภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้ดิน ระบบนิเวศ และรสชาติของผลผลิตมีความเฉพาะตัว จนกลายเป็นจุดขายที่สร้างชื่อให้กับทุเรียนในพื้นที่มานาน ทว่าเอกลักษณ์ที่เคยสร้างความภาคภูมิใจกลับกำลังเผชิญภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง

หลังเกิดฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 ต่อเนื่องหลายวัน ประกอบกับการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองในระดับมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้น้ำเอ่อเข้าพื้นที่เรือกสวนไร่นาและบ้านเรือนหลายแห่งในจังหวัดสมุทรสงคราม น้ำในสวนของนายเอกชัยไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ จึงเกิดภาวะน้ำท่วมขังต่อเนื่องและส่งผลโดยตรงต่อระบบรากของต้นทุเรียน

ทุเรียน 3 น้ำเสี่ยงเสียหายจากน้ำท่วมขัง

ทุเรียนเป็นพืชที่ไม่สามารถทนต่อการแช่น้ำเป็นเวลานานได้ เมื่อน้ำท่วมบริเวณโคนต้น รากจะขาดอากาศและเริ่มเสื่อมสภาพ หากปล่อยให้ต้นจมน้ำต่อเนื่องประมาณ 10-15 วัน ความเสียหายอาจรุนแรงจนต้นยืนต้นตายได้ ปัจจุบันต้นทุเรียนอายุไม่เกิน 10 ปีเกือบ 300 ต้น เริ่มมีใบเหลือง สลัดใบทิ้ง และแสดงอาการอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด

เจ้าของสวนยอมรับว่า รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจอย่างมากที่เห็นต้นทุเรียนซึ่งปลูกและดูแลมาหลายปีกำลังจะตายต่อหน้า เพราะกว่าจะปลูกให้ต้นเติบโตจนเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิตต้องใช้ทั้งเวลา แรงงาน และเงินลงทุนจำนวนมาก ต้นทุเรียนแต่ละต้นจึงไม่ได้เป็นเพียงพืชเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นความผูกพันและความหวังของครอบครัวด้วย

  • พื้นที่สวนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 10 ไร่
  • มีต้นทุเรียนทั้งหมดประมาณ 400 ต้น
  • ต้นทุเรียนที่เริ่มให้ผลผลิตแล้วมีประมาณ 120 ต้น
  • เกือบ 300 ต้นเริ่มมีอาการใบเหลืองและสลัดใบ
  • ความเสียหายเบื้องต้นประเมินไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

หากน้ำยังไม่ลดลงภายในช่วงเวลาที่เหมาะสม ความเสียหายอาจขยายวงกว้างจนกระทบต้นทุเรียนทั้งสวน นอกจากมูลค่าต้นไม้และผลผลิตที่หายไปแล้ว เกษตรกรยังต้องสูญเสียรายได้ในอนาคตอีกหลายปี หากจำเป็นต้องเริ่มปลูกใหม่ทั้งหมด จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี กว่าต้นทุเรียนรุ่นใหม่จะเติบโตและกลับมาให้ผลผลิตได้อีกครั้ง

สถานการณ์ครั้งนี้จึงไม่ได้กระทบเฉพาะเจ้าของสวนเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของผลผลิตท้องถิ่น หากสวนทุเรียนสามน้ำต้องหยุดดำเนินการ ชุมชนก็อาจสูญเสียแหล่งเรียนรู้และอัตลักษณ์ด้านการเกษตรที่สั่งสมมานาน การฟื้นฟูหลังน้ำลดจึงจำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย ทั้งการเร่งระบายน้ำ การดูแลรากและลำต้น ตลอดจนการประเมินความเสียหายอย่างเป็นระบบ

นายเอกชัยเปิดเผยว่า แม้น้ำจะลดลงและสวนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ก็อาจตัดสินใจไม่ฟื้นฟูสวนเดิม เนื่องจากกังวลว่าน้ำจะท่วมซ้ำอีก โดยมีแนวคิดย้ายไปปลูกทุเรียนบนที่ดินประมาณ 12 ไร่ในอำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่สูงและที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม การย้ายสวนอาจทำให้ต้องสูญเสียชื่อ “ทุเรียน 3 น้ำ” เนื่องจากชื่อนี้เชื่อมโยงกับสภาพพื้นที่สมุทรสงครามโดยตรง หากปลูกในพื้นที่ใหม่ รสชาติ สภาพดิน และระบบน้ำอาจเปลี่ยนไปจนไม่สามารถใช้ชื่อเดิมได้เหมือนที่ผ่านมา นี่จึงเป็นอีกหนึ่งความเสียดายที่เกิดขึ้นควบคู่กับความเสียหายของต้นทุเรียน

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้สะท้อนว่า การทำสวนทุเรียนในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวนจำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือน้ำท่วมอย่างจริงจัง ทั้งการทำทางระบายน้ำ การยกโคกปลูก การติดตามระดับน้ำ และการวางแผนเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม แม้ไม่มีใครคาดเดาความรุนแรงของภัยธรรมชาติได้ทั้งหมด แต่การเตรียมพร้อมล่วงหน้าอาจช่วยลดความสูญเสียและรักษาต้นทุเรียนที่มีคุณค่าไว้ได้

เรื่องราวของสวนแห่งนี้ยังเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือเกษตรกร เพราะการรักษา “ทุเรียน 3 น้ำ” ไม่ได้หมายถึงการรักษาเพียงต้นไม้ 400 ต้น แต่หมายถึงการรักษาภูมิปัญญา อาชีพ และเอกลักษณ์ของสมุทรสงครามไม่ให้เลือนหายไปกับสายน้ำ

ที่มา – สมุทรสงคราม ทุเรียน “3 น้ำ” จ่อปิดตำนาน! น้ำท่วมขังสวนกว่า 10 ไร่ เจ้าของปาดน้ำตา หวั่นทุเรียน 400 ต้นยืนต้นตาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *