สมุย กับเรื่องราวความยั่งยืน | เกาะสีเขียวทะเลสีคราม
สมุย กับเรื่องราวความยั่งยืน ไม่ได้มีแค่ภาพชายหาดสวย น้ำทะเลใส และรีสอร์ตน่าเข้าพักเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของผู้คน ชุมชน ผู้ประกอบการ และธรรมชาติที่ช่วยกันดูแลบ้านหลังใหญ่ของตัวเอง เกาะสมุยจึงเป็นจุดหมายที่สะท้อนให้เห็นว่า การท่องเที่ยวสามารถสร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่นได้มากกว่าการเดินทางไปพักผ่อนเพียงอย่างเดียว
แนวคิดนี้สอดคล้องกับ “Boutique Footprints” ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งมุ่งสื่อสารเรื่องการเดินทางอย่างรับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับผู้คน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจท้องถิ่นในทุกจุดหมายปลายทาง สำหรับสมุย แนวคิดดังกล่าวเห็นได้ชัดจากเรื่องราวของชาวบ้านและธุรกิจท่องเที่ยวที่ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง
สมุย กับเรื่องราวความยั่งยืน จากสวนกาแฟสู่ชุมชน
หนึ่งในจุดหมายที่น่าสนใจคือ “ชาวหมุย คอฟฟี่ ฟาร์ม” สวนกาแฟแห่งเดียวบนเกาะสมุยที่เริ่มต้นจากความตั้งใจของพี่สุด-สุทธิพร ทองอินทร์ เจ้าของสวน เขานำต้นกาแฟจากจังหวัดชุมพรมาปลูกแทรกไว้ระหว่างต้นทุเรียนบนพื้นที่ภูเขาแหลมใหญ่ ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายกว่าพื้นราบ กาแฟจึงเติบโตได้ดี โดยใช้วิธีปลูกแบบออร์แกนิกและปล่อยให้ฟ้าฝนช่วยดูแลตามธรรมชาติ
การดูแลสวนกาแฟแห่งนี้ใส่ใจตั้งแต่การเก็บผลกาแฟ เจ้าของสวนจะเลือกเก็บเฉพาะผลที่สุกแดงเต็มที่ หากสุกพร้อมกันจึงรูดลงใส่กระชุ จากนั้นนำไปตากแดดและลมให้แห้ง แล้วจึงกระเทาะเปลือก คัดเมล็ด และคั่วด้วยกระทะ ขั้นตอนส่วนใหญ่ยังใช้แรงคนและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้กาแฟแต่ละถ้วยมีเรื่องราวและสะท้อนวิถีชีวิตของชาวสมุยได้อย่างแท้จริง
เสน่ห์ของสมุย กับเรื่องราวความยั่งยืนที่สัมผัสได้
ชาวหมุย คอฟฟี่ ฟาร์ม เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟ ตั้งแต่เดินชมสวน ทดลองเก็บผลกาแฟ ไปจนถึงจิบกาแฟคั่วใหม่ ๆ บรรยากาศยิ่งพิเศษในช่วงฤดูทุเรียน เพราะผู้มาเยือนสามารถชิมทุเรียนและผลไม้ท้องถิ่นอย่างลางสาด มังคุด รวมถึงขนมโคได้อีกด้วย
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมคือการจิบกาแฟคู่กับทุเรียน ซึ่งเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่นักท่องเที่ยวบางคนชื่นชอบ หลังจากอิ่มอร่อยแล้ว เจ้าของสวนจะพาเดินลงไปตามทางลาดชันเพื่อชมต้นกาแฟและน้ำตกที่ไหลผ่านพื้นที่ เมื่อถึงน้ำตก นักท่องเที่ยวสามารถนั่งพักผ่อนหรือแช่เท้าในน้ำให้ปลาเล็ก ๆ เข้ามาตอดเบา ๆ อย่างสนุกสนาน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีบาดแผลควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
พื้นที่ริมน้ำตกยังเหมาะกับครอบครัว เพราะเด็ก ๆ สามารถเล่นน้ำอย่างใกล้ชิดธรรมชาติ ขณะที่ผู้ปกครองนั่งพักหรือรับประทานอาหารพื้นบ้านได้ การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนโดยตรง และทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสสมุยในมุมที่แตกต่างจากการพักผ่อนริมทะเลทั่วไป
โรงแรมกับการดูแลธรรมชาติอย่างเป็นระบบ
อีกตัวอย่างสำคัญของ สมุย กับเรื่องราวความยั่งยืน คือโรงแรมอนันตรา ลาวานา เกาะสมุย ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับชุมชนและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โรงแรมตั้งอยู่ใกล้แนวปะการังธรรมชาติที่ช่วยลดแรงคลื่นและปกป้องชายหาด จึงมองว่าความได้เปรียบทางธรรมชาตินี้มาพร้อมความรับผิดชอบในการดูแลระบบนิเวศ
โรงแรมทำงานร่วมกับกลุ่มประมงแหลมสน ซึ่งมีบทบาทในการเก็บขยะทะเลและดูแลพื้นที่ชายฝั่ง ความร่วมมือดังกล่าวเริ่มจากการช่วยเหลือกันระหว่างชาวประมงกับโรงแรม ก่อนพัฒนาเป็นแนวทางบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
- บริหารจัดการน้ำแบบระบบปิด 100% และไม่ปล่อยน้ำเสียลงทะเล
- บำบัดน้ำใช้แล้วและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในพื้นที่โรงแรม
- นำเศษอาหารไปทำน้ำหมักจุลินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์
- ใช้กากกาแฟ เปลือกไข่ และปุ๋ยคอกเพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน
- นำขยะทะเลมาแปรรูปเป็นงานศิลปะและของตกแต่ง
- สนับสนุนการปลูกปะการังเทียมและฟื้นฟูพืชท้องถิ่น
ระบบน้ำของโรงแรมสามารถบำบัดและหมุนเวียนน้ำได้มากกว่า 30,000 ลิตรต่อวัน น้ำที่ผ่านการบำบัดจะถูกส่งเข้าสู่ชั้นใต้ดินผ่านหลุมที่รองด้วยถ่านไม้ไผ่ หิน และกรวด เพื่อช่วยกรองน้ำและเติมความชุ่มชื้นให้กับรากไม้ นอกจากนี้ น้ำจากการล้างระบบสระว่ายน้ำยังนำมาปรับสภาพด้วยปุ๋ยอินทรีย์และกาก EM ก่อนนำไปใช้รดน้ำสนามหญ้า
เศษอาหาร เปลือกไข่ และกากกาแฟก็ถูกนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เปลือกไข่ที่เก็บได้ในแต่ละวันจะนำไปตาก คั่ว และบดเพื่อเพิ่มแคลเซียมให้ดิน ส่วนกากกาแฟจะผสมกับปุ๋ยคอกและจุลินทรีย์เพื่อทำปุ๋ยบำรุงต้นไม้ แนวทางเหล่านี้ช่วยลดปริมาณขยะและลดการพึ่งพาสารเคมีได้พร้อมกัน
ฟื้นฟูทะเล ชุมชน และสัตว์ป่า
การดูแลเกาะไม่ได้หยุดอยู่ที่การจัดการขยะและน้ำเสีย โรงแรมยังร่วมกับชุมชนเก็บขยะมรสุมบริเวณเกาะมัดหลัง ซึ่งบางส่วนถูกพัดมาจากต่างประเทศ ขยะอย่างเชือกเรือเก่าถูกนำไปสร้างเป็นงานศิลปะ ของประดับ และต้นคริสต์มาสรีไซเคิล นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดทักษะการแปรรูปขยะให้กับผู้ต้องขัง เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและกลับคืนสู่สังคม
ด้านทะเลมีโครงการสร้างปะการังเทียมจากโครงลวดและเปลือกหอยบดที่เหลือจากห้องอาหาร วัสดุเหล่านี้ช่วยให้ตัวอ่อนปะการังยึดเกาะได้ง่ายขึ้น นักท่องเที่ยวยังมีโอกาสเรียนรู้ระบบนิเวศและมีส่วนร่วมติดตามการเติบโตของปะการังอย่างรับผิดชอบ ขณะเดียวกัน โรงแรมกำหนดกฎไม่ให้รบกวนรังนก และลดการใช้สารเคมี เพื่อให้เกิดแหล่งอาหารตามธรรมชาติของนกอพยพ นกอินทรีทะเล และสัตว์อื่น ๆ
อีกสิ่งที่น่าชื่นชมคือการฟื้นฟู “คนทีสอทะเล” พืชชายหาดท้องถิ่นที่เคยลดจำนวนลงจากการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว พืชชนิดนี้ทนแล้ง รากช่วยยึดหน้าทราย และยังมีประโยชน์ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน การนำกลับมาเพาะชำและปลูกเพิ่มจึงช่วยทั้งรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและปกป้องชายหาดไปพร้อมกัน
สมุย กับเรื่องราวความยั่งยืน ทำให้เห็นว่าทุกคนมีส่วนช่วยดูแลจุดหมายปลายทางได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้บริการจากชุมชน ลดการใช้พลาสติก ไม่ทิ้งขยะลงทะเล เคารพสัตว์และธรรมชาติ หรือสนับสนุนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ ครั้งต่อไปที่เดินทางมาเกาะสมุย ลองเปิดใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังสถานที่ท่องเที่ยว แล้วร่วมทิ้งร่องรอยที่ดีไว้ให้เกาะสีเขียวแห่งนี้ยังคงงดงามสำหรับทุกคน
ที่มา – “สมุย” กับเรื่องราวความยั่งยืน เกาะสีเขียว….ทะเลสีคราม









