‘สว.นรเศรษฐ์’สงสัยรัฐบาลเร่งปิดดีลแลนด์บริดจ์
โครงการแลนด์บริดจ์กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะเมื่อ‘สว.นรเศรษฐ์’สงสัยรัฐบาลเร่งปิดดีลแลนด์บริดจ์แบบนี้ สว.นรเศรษฐ์ ปรัชญากร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง วุฒิสภา ได้ออกมาแสดงความกังวลถึงความเร่งรีบของรัฐบาลในการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ที่อาจกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก
‘สว.นรเศรษฐ์’สงสัยรัฐบาลเร่งปิดดีลแลนด์บริดจ์ เพราะอะไร?
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่รัฐสภา สว.นรเศรษฐ์เปิดเผยว่ามีสมาชิกวุฒิสภาหลายคนสนใจญัตติขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงคณะกรรมาธิการหลายชุดที่กำลังศึกษาข้อมูล โดยเฉพาะกมธ.พัฒนาการเมืองและกมธ.คมนาคม ที่จะเรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องมาชี้แจง ทำให้ญัตติถูกเลื่อนไปสัปดาห์หน้าเพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน
สว.นรเศรษฐ์ชี้ว่าการแต่งตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธานศึกษายังไม่คลายข้อกังวล เพราะโครงการนี้ใหญ่โต มีผลกระทบสูง แต่กลับไม่อยู่ในนโยบายหาเสียงหรือคำแถลงนโยบายรัฐบาล ทำไมถึงเร่งรัดขนาดนี้? เป็นการแก้เศรษฐกิจหรือปิดดีลส่วนตัว?
ข้อกังวลหลักจาก‘สว.นรเศรษฐ์’สงสัยรัฐบาลเร่งปิดดีลแลนด์บริดจ์
- กฎหมาย SEC คล้าย EEC: โครงการ Southern Economic Corridor ในชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช คัดลอกจาก EEC ซึ่งเคยเร่งกฎหมายสิ่งแวดล้อม สร้างผลกระทบหนักในภาคตะวันออก
- ผลกระทบสิ่งแวดล้อม: ภาคใต้มีอัตลักษณ์และทรัพยากรสมบูรณ์ ต้องใช้ SEA (Strategic Environmental Assessment) ศึกษาภาพรวม ไม่ใช่แยกจุด
- เหตุผลสงครามตะวันออกกลางเบาบาง: ไม่ชัดเจนว่าจะป้องกันภูมิรัฐศาสตร์อย่างไร การอ้างแค่นี้ไม่พอ
- ลงพื้นที่ต้องรับฟังจริง: ไม่ใช่แค่อธิบายประโยชน์ ควรทำประชามติทั้งประเทศและพื้นที่
สว.นรเศรษฐ์ย้ำว่าภาคใต้ต้องไม่เดินตามรอย EEC ที่กลายเป็นแหล่งทุนใหญ่ ประชาชนใต้ควรส่งเสียงชะลอโครงการให้รอบคอบ
โครงการแลนด์บริดจ์คือการสร้างท่าเรือน้ำลึกสองฝั่ง เชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย เพื่อลดเวลาเดินเรือผ่าน malacca strait แต่ความเร่งรีบทำให้เกิดคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อนและการศึกษาที่ไม่ครบถ้วน
นอกจากนี้ รัฐบาลควรพิจารณากลไกอื่นๆ เช่น การมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการทำ EIA ที่โปร่งใส และการประเมินผลกระทบทางสังคม-วัฒนธรรม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในภาคใต้
จากประสบการณ์ EEC สอนให้เห็นว่ากฎหมายเร่งรัดอาจนำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษน้ำอากาศ และการยึดที่ดินชาวบ้าน สว.นรเศรษฐ์จึงเรียกร้องให้รัฐบาลใจเย็น
ในมุมมองของผู้เขียน โครงการใหญ่เช่นนี้ควรผ่านการถกเถียงสาธารณะอย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดประโยชน์ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ดีลระยะสั้น คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองไทยกับเราต่อไป!