‘สว.’โวยงบช่วยเหลือภัยสงคราม 100ล้านบาท ยังไม่ได้สักจังหวัด ซัดมีแต่ตัวหนังสือสั่งการ แต่ยังไม่มีตัวเงินลงพื้นที่ อบจ.ใกล้ถังแตกสำรองงบช่วยเหลือไม่ไหว เผยศูนย์อพยพยังต้องการรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ อีกจำนวนมาก เหตุแนวชายแดนยังมีปะทะ ประชาชนยังไม่กล้ากลับบ้าน
‘สว.’โวยงบช่วยเหลือภัยสงคราม 100ล้านบาท ยังไม่เข้าพื้นที่จริง ส.ว. ชี้ปัญหาการขาดเงินทุนรับผลกระทบต่อชุมชน
หลังจากที่รัฐบาลประกาศจัดสรร งบประมาณช่วยเหลือภัยสงคราม รวมทั้งหมด 100 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนพื้นที่ชายแดน แต่ล่าสุดมีรายงานว่าจนถึงวันนี้ยังไม่มีจังหวัดใดได้รับเงินสดเข้าระบบ ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ต้องออกมาเปิดเผยว่าอยู่ในภาวะตึงเครียด เนื่องจากไม่สามารถรองรับความต้องการของประชาชนกลุ่มอพยพได้เต็มที่
ปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำสั่งที่ยังไม่ลงตัว
หลายฝ่ายต่างชี้ไปที่ข้อจำกัดสำคัญคือ งบประมาณช่วยเหลือภัยสงคราม ที่ถึงแม้จะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล แต่กระบวนการเบิกจ่ายกลับล่าช้า เนื่องจากมีเพียงการส่งหนังสือราชการและนโยบาย โดยไม่มีการทยอยเงินลงพื้นที่จริง สิ่งนี้ส่งผลให้ศูนย์อพยพบางพื้นที่ต้องเผชิญกับความขาดแคลนข้าวสาร อาหารแห้ง และไข่ไก่ อย่างรุนแรง เนื่องจากประชาชนยังไม่กล้าเดินทางกลับบ้านตามปกติ
- การจัดงบแบบล่าช้าทำให้เกิดภาวะวิกฤติในศูนย์อพยพ
- อบจ.บางจังหวัดประกาศว่าใกล้หมดความสามารถในการสำรองงบช่วยเหลือ
- ประชาชนยังต้องพึ่งพาการบริจาคจากภาคเอกชนและพี่น้องร่วมชาติ
แนวชายแดนยังไม่มั่นคง การสัญจรวันนี้ยังเสี่ยง
จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดพบว่าเหตุปะทะทางทหารบริเวณเขตชายแดนยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ โดยประชาชนที่ต้องอพยพยืนยันว่าไม่พร้อมจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหากไม่มีการรับประกันความปลอดภัย ขณะเดียวกันการเตรียมแผนฟื้นฟูระยะยาวยังไม่ชัดเจน แม้จะมีคำสั่งนโยบายออกมาจากศูนย์กลาง
อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนยังคงเป็นหนึ่งในแรงสำคัญที่ช่วยประคับประคองสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ งบประมาณช่วยเหลือภัยสงคราม ที่ยังไม่ถูกจัดสรรตามแผน อาจส่งสัญญาณการบริหารจัดการภายในที่มีช่องโหว่ ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตซ้ำซ้อน
เรื่องราวของงบช่วยเหลือภัยสงครามไม่อาจชะลอได้อีก
สิ่งที่สำคัญกว่าการออกคำสั่งนโยบายคือการปฏิบัติอย่างเป็นรูปเป็นธรรม สิ่งนี้สะท้อนอย่างชัดเจนจากกรณีของ งบช่วยเหลือภัยสงคราม ที่แม้จะมีตัวเลขสูงถึง 100 ล้านบาท แต่กลับไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ได้ ส.ว. และผู้ว่าราชการหลายจังหวัดต่างซัดกลับว่าปัญหานี้อาจลุกลามหากไม่มีแผนจัดสรรสุ่มเสียงที่ตอบโจทย์
สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ สามารถบริจาค ข้าวสารอาหารแห้งและไข่ไก่ ให้กับศูนย์อพยพที่กระจายตัวตามแนวชายแดน หรือติดตามข้อมูลล่าสุดเพื่อสนับสนุนการรับบริจาคอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นอกจากนี้ การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมก็นับเป็นอีกทางออกรวดเร็วท่ามกลางวิกฤต
สุดท้ายนี้ สถานการณ์เช่นนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีในการปรับปรุงระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน และสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐกับเอกชนให้แข็งแรง พร้อมรับมือกับภัยคุกคามในทุกรูปแบบที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ภัยสงครามแต่รวมถึงวิกฤตธรรมชาติในอนาคตด้วย