สศช.จับตาเฝ้าระวัง 60 วัน MOU สหรัฐ-อิหร่าน จ่อทบทวนฉากทัศน์ใหม่
เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อล่าสุด สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงการเตรียมปรับแผนรับมือ โดยมีประเด็นสำคัญคือ สศช.จับตาเฝ้าระวัง 60 วัน MOU สหรัฐ-อิหร่าน จ่อทบทวนฉากทัศน์ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ว่าราคาน้ำมันโลกเริ่มมีทิศทางปรับตัวลดลงหลังจากมีความพยายามสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง
สศช.จับตาเฝ้าระวัง 60 วัน MOU สหรัฐ-อิหร่าน จ่อทบทวนฉากทัศน์ใหม่
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. ได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงรอยต่อสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งแม้ว่าในเบื้องต้นจะมีการคาดการณ์ตัวเลข GDP ของไทยไว้ที่ 1.4 – 2% ในกรณีที่ดีที่สุด แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกก็ยังมีอยู่สูงมาก การที่ สศช.จับตาเฝ้าระวัง 60 วัน MOU สหรัฐ-อิหร่าน จ่อทบทวนฉากทัศน์ใหม่ จึงถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจไทยวางแผนการเงินได้อย่างแม่นยำขึ้น
ทำไมต้องจับตา 60 วันนี้อย่างใกล้ชิด?
สาเหตุหลักที่ทำให้อุ่นใจได้ไม่เต็มร้อย เป็นเพราะเรายังต้องรอดูว่าหลังจากลงนามแล้ว จะมีสถานการณ์แทรกซ้อนเกิดขึ้นหรือไม่ โดยประเด็นที่น่าสนใจมีดังนี้:
- เสถียรภาพราคาน้ำมัน: แม้จะเริ่มลดลง แต่โครงสร้างพื้นฐานแหล่งผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางได้รับความเสียหายหนัก อาจส่งผลต่อซัพพลายในระยะยาว
- ความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิด: หากเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกครั้ง ราคาน้ำมันอาจดีดกลับพุ่งสูงขึ้นได้รวดเร็ว
- ภาวะ Stagflation: ปัจจุบันสศช.ประเมินว่าความเสี่ยงเรื่องภาวะเศรษฐกิจชะงักงันแต่เงินเฟ้อสูงเริ่มลดน้อยลง ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการไทย
อย่างไรก็ตาม สศช. ยังคงยืนยันว่าถึงแม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอยู่บ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงจนทำลายระบบเศรษฐกิจไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรติดตามการอัปเดตข้อมูลจาก สศช. อย่างต่อเนื่อง หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ทำธุรกิจนำเข้าหรือเกี่ยวข้องกับพลังงาน การปรับตัวให้ทันต่อฉากทัศน์ใหม่ในอีก 2 เดือนข้างหน้าคือหัวใจสำคัญในการอยู่รอดครับ
ที่มา – สศช.จับตาเฝ้าระวัง 60 วัน MOU สหรัฐ-อิหร่าน จ่อทบทวนฉากทัศน์ใหม่