สหรัฐขยายขอบเขต “ภาษีโลหะ” ส่งผลต่อสินค้าอุตสาหกรรมและเด็ก
จากข่าวล่าสุดสำนักงานอุตสาหกรรมและความปลอดภัย (BIS) ภายใต้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้ประกาศเพิ่มสินค้ากว่า 407 ประเภทเข้าในบัญชีสินค้าที่ถือว่าเป็น “ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์” ของเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นการขยายวงเงื่อนไขบท “ภาษีโลหะ” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกตั้งแต่ต้นปี ต่ออุตสาหกรรมในสหรัฐ
สหรัฐขยายขอบเขต “ภาษีโลหะ” ส่งผลสำคัญต่อภาคกลางและอีโคโนมี
เดิมทีภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมถูกกำหนดไว้ที่ 25% จากนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 50% ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเหตุผลของทรัมป์ในการออกภาษีนี้คือ การปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการแข่งขันของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุดดังกล่าวถือเป็นการขยายขอบเขตให้แตะขอบผลิตภัณฑ์และของใช้ที่มีส่วนผสมของโลหะหลายชนิด
กลุ่มสินค้าที่เปลี่ยนแปลง
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่าการขยายขอบเขตภาษีครั้งนี้ครอบคลุมสินค้าหลากหลายกลุ่ม ได้แก่
- กังหันลม
- ชิ้นส่วนอะไหล่
- รถเครนเคลื่อนที่
- รถเกลี่ยดิน
- อุปกรณ์หลักอื่น ๆ
- เฟอร์นิเจอร์
- คอมเพรสเซอร์
- ปั๊ม
- และผลิตภัณฑ์อีกหลายร้อยรายการ
แม้ภาษีดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าเทคโนโลยีหรือเสื้อผ้า แต่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าระยะยาวอาจกระทบจำนวนหนึ่งที่อุตสาหกรรมรอง รวมถึงต้นทุนของบริษัทผู้ผลิตขนาดกลางและเล็ก
เป้าหมายเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐ
ด้านนายเจฟฟรีย์ เคสส์เลอร์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ฝ่ายอุตสาหกรรมและความมั่นคง กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อ “ลดช่องทางในการเลี่ยงภาษี” และลดการใช้วัตถุดิบราคาถูกจากต่างประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมรายได้และขีดความสามารถของอุตสาหกรรมเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐ
อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์หลายคนยังตั้งข้อสังเกตว่า ผลกระทบที่ตามมาจากการเก็บภาษีมากขึ้นยังไม่แสดงอย่างชัดเจน แต่น่าจะส่งผลกระทบระยะยาวในเรื่องราคาสินค้า ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในสหรัฐ และเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกหรือต้องการจัดการกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านภาษีระหว่างประเทศ ควรเริ่มปรับกลยุทธ์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและค้าระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน
ที่มา – สหรัฐขยายขอบเขต “ภาษีโลหะ” กระทบสินค้าอุตสาหกรรม-ผลิตภัณฑ์เด็ก