สหรัฐยกระดับศึกการค้ากับแคนาดา สั่งห้ามนำเข้าสินค้าหลายรายการ
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่กำลังระอุขึ้น เมื่อล่าสุดสหรัฐยกระดับศึกการค้ากับแคนาดา สั่งห้ามนำเข้าสินค้าหลายรายการ หลังจากที่มีการเจรจาและโต้ตอบเรื่องกำแพงภาษีกันมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
สหรัฐยกระดับศึกการค้ากับแคนาดา สั่งห้ามนำเข้าสินค้าหลายรายการ
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐได้ประกาศรายชื่อสินค้าจากแคนาดาเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รถจักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์นม โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายนเป็นต้นไป การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้ที่แคนาดาได้ใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐในอัตรา 15-50% ซึ่งสร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจในรัฐสำคัญของสหรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อสหรัฐยกระดับศึกการค้ากับแคนาดา สั่งห้ามนำเข้าสินค้าหลายรายการ
ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่สืบเนื่องมาจากการที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีสินค้าแคนาดามูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีข้อตกลงการค้าอย่าง USMCA รองรับอยู่ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามในการเจรจาจะยังไม่สามารถยุติปัญหาได้
ผลกระทบที่น่าสนใจ ได้แก่:
- ภาคการส่งออกของแคนาดาที่พึ่งพาสหรัฐถึง 68% กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่
- รัฐบาลสหรัฐเตรียมพิจารณานโยบายถอดสินค้าที่ผลิตในแคนาดาออกจากระบบจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ
- กระแสสังคมอเมริกันเริ่มส่งสัญญาณไม่เห็นด้วยกับนโยบายภาษีของผู้นำตนเอง โดยผลสำรวจล่าสุดมีชาวอเมริกันเพียง 20% ที่สนับสนุนมาตรการนี้
ในขณะที่ผู้นำแคนาดากล่าวว่าพร้อมจะปรับทิศทางเศรษฐกิจใหม่เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐ แต่สถานการณ์นี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สูงลิ่ว ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการเดินเกมการเมืองเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่ใกล้เข้ามาถึง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเสถียรภาพของการค้าระหว่างประเทศที่สั่นคลอน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อห่วงโซ่อุปทานโลกในระยะยาว เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะจบลงอย่างไร และมีทางออกที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการทั้งสองฝั่งหรือไม่
ที่มา – สหรัฐยกระดับศึกการค้ากับแคนาดา สั่งห้ามนำเข้าสินค้าหลายรายการ