สหรัฐฯ แผยโฉมแผนการละเมิดกฎวีซ่าของบริษัทเกาหลีใต้
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ว่า แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในเกาหลีใต้เปิดเผยว่า การใช้วีซ่า B-1 ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทธุรกิจ แต่ไม่อนุญาตให้ทำงานในสหรัฐฯ “เป็นเรื่องปกติ” และหลายบริษัทจากเกาหลีใต้ได้ละเมิดกฎดังกล่าวอย่างแพร่หลาย
ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับ สหรัฐฯ แผยโฉมแผนการละเมิดกฎวีซ่าของบริษัทเกาหลีใต้ โดยแหล่งข่าวระบุว่า เนื่องจากเกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา นับไม่ถ้วนบริษัทจึงจำเป็นต้องส่งพนักงานมาเมื่อเริ่มก่อตั้งหรือตั้งสำนักงานในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในช่วงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วีซ่าที่อนุญาตให้ทำงานกลับเข้มงวดและใช้เวลานานขึ้น
สหรัฐฯ แผยโฉมแผนการละเมิดกฎวีซ่าของบริษัทเกาหลีใต้
เพื่อสะท้อนกับความลำบากในการขอวีซ่าทำงาน บริษัทเกาหลีใต้หลายแห่งจึงพึ่งพาโครงการ Visa Waiver Program ซึ่งให้สิทธิ์ผู้เดินทางจากหลายประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้ เข้าสหรัฐฯ เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจผ่านเว็บไซต์ ESTA (Electronic System for Travel Authorization)
ความเสี่ยงที่ถูกจับผิด
อย่างไรก็ตาม การสืบสวนล่าสุดของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่าบริษัทหลายแห่งมีการใช้ ESTA เพื่อป้องอุ้มแรงงาน ผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เปิดเผยว่า การบุกตรวจค้นครั้งล่าสุดทำให้ผู้นำธุรกิจรู้สึก “ถูกทรยศ” และ “ตกใจ” เนื่องจากการดำเนินการของบริษัทส่วนใหญ่แทบจะคล้ายกันทั้งหมด การเข้าไปตรวจสอบจึงอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้
“สหรัฐฯ แผยโฉมแผนการละเมิดกฎวีซ่าของบริษัทเกาหลีใต้” คือ การลงมือตรวจสอบเชิงลึกของหน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบทางการเงินและชื่อเสียงต่อบริษัทที่ได้รับการตรวจสอบ
นอกจากนี้ คุณคิม ยอง-บอม หัวหน้าคณะทำงานด้านนโยบายของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังกล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหาในระดับรากฐาน “ไม่ใช่เรื่องง่าย” เนื่องจากการดำเนินการปฏิรูประบบอนุญาตวีซ่าต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน และหากไม่ได้จัดการอย่างจริงจัง อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อการลงทุนของนักลงทุนเกาหลีใต้ในสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ เกาหลีใต้ได้ผลักดันกฎหมาย “K-Partner Act” เพื่อขอโควตาวีซ่า 15,000 ใบสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม การได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาคองเกรสในรอบปัจจุบันนั้นลดลงอย่างตีบตันเปรียบกับเมื่อ 10 ปีก่อน
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการอัปเดตกฎหมายและแนวทางการขอวีซ่าที่สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจโลก การที่บริษัทเกาหลีใต้เผชิญสถานการณ์เช่นนี้ เป็นสัญญาณสำคัญว่าการมีความเข้าใจในกฎหมายวีซ่าไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการปกป้องโอกาสในการลงทุนและเติบโตในตลาดสหรัฐฯ ที่มีศักยภาพสูง
หากคุณเป็นผู้ว่าจ้างหรือมีแผนส่งพนักงานไปสหรัฐฯ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าวีซ่าที่ใช้นั้นถูกต้องและสอดคล้องกับสถานการณ์ทุกด้าน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการถูกลงโทษหรือถูกห้ามเข้าประเทศ