สหรัฐเลิกต่ออายุขายน้ำมันรัสเซีย-อิหร่านค้างทะเล หวนคว่ำบาตร
ในวงการพลังงานโลกกำลังจับตามองการเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐอเมริกาที่ประกาศ สหรัฐเลิกต่ออายุขายน้ำมันรัสเซีย-อิหร่านค้างในทะเล ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะกลับมาคว่ำบาตรเต็มสูบอีกครั้ง การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทาง geopolitics ที่มีต่อทั้งรัสเซียและอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและห่วงโซ่อุปทานพลังงานโดยรวม
สหรัฐเลิกต่ออายุขายน้ำมันรัสเซีย-อิหร่านค้างในทะเล
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 16 เมษายน นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลวอชิงตันไม่มีนโยบายที่จะต่ออายุใบอนุญาตทั่วไปสำหรับน้ำมันของรัสเซียอีกต่อไป ข้อยกเว้นที่เคยมีใช้ได้เฉพาะน้ำมันที่อยู่บนเรือก่อนวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งปริมาณดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้หมดสิ้นแล้ว
ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราว เพื่อให้น้ำมันรัสเซียที่โหลดขึ้นเรือก่อนวันที่ 12 มีนาคม สามารถส่งมอบและขายได้จนถึงวันที่ 11 เมษายน แต่ตอนนี้หมดอายุแล้ว และจะไม่มีการต่ออายุ
ไม่ต่ออายุสำหรับน้ำมันอิหร่านเช่นกัน
ขณะเดียวกัน เบสเซนต์ยังยืนยันว่าจะไม่ต่ออายุมาตรการผ่อนปรนสำหรับน้ำมันอิหร่านเช่นกัน โดยใบอนุญาตชั่วคราวอนุญาตให้น้ำมันที่โหลดขึ้นเรือก่อนวันที่ 20 มีนาคม สามารถขายได้จนถึงวันที่ 19 เมษายนเท่านั้น การตัดสินใจนี้ถือเป็นการปิดช่องโหว่ที่เคยมี ทำให้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อทั้งสองประเทศกลับมาเข้มข้นเต็มที่
บริบทของมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐ
มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐที่มุ่งกดดันรัสเซียจากประเด็นยูเครนและคริเมีย รวมถึงอิหร่านจากโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง การผ่อนปรนชั่วคราวก่อนหน้านี้มีจุดประสงค์เพื่อลดผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก โดยเฉพาะเมื่อ OPEC และรัสเซียกำลังเจรจาปรับกำลังการผลิต แต่ตอนนี้สหรัฐเลือกยึดมั่นในหลักการคว่ำบาตรเพื่อความมั่นคง
- น้ำมันรัสเซีย: โหลดก่อน 12 มี.ค. ขายได้ถึง 11 เม.ย. ไม่ต่ออายุ
- น้ำมันอิหร่าน: โหลดก่อน 20 มี.ค. ขายได้ถึง 19 เม.ย. จบแค่นั้น
- ผลกระทบ: ผู้ซื้อทั่วโลกต้องหลีกเลี่ยงน้ำมันจากทั้งสองประเทศเพื่อไม่ให้ถูกคว่ำบาตรรอง
- ตลาดน้ำมัน: อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้น
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg และ Reuters ชี้ว่าการ สหรัฐเลิกต่ออายุขายน้ำมันรัสเซีย-อิหร่านค้างในทะเล อาจทำให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องลอยเคว้งหรือเปลี่ยนทิศทาง ส่งผลให้อุปทานน้ำมันลดลงชั่วคราว โดยเฉพาะในเอเชียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของน้ำมันทั้งสองประเทศ
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงเสริมสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลมอสโกและเตหะราน แต่ยังช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำมัน shale ของสหรัฐที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ผู้ผลิตอเมริกันจะได้ประโยชน์โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงคือการตอบโต้จากรัสเซียที่อาจลดการส่งออกไปยังยุโรป หรืออิหร่านที่เร่งพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งอาจจุดชนวนความขัดแย้งใหญ่โต นอกจากนี้ ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างจีนและอินเดียต้องปรับกลยุทธ์ หันไปหาแหล่งอื่นๆ เช่น เวเนซุเอลาหรือซาอุดีอาระเบีย
สหรัฐเลิกต่ออายุขายน้ำมันรัสเซีย-อิหร่านค้างในทะเล จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา หากคุณสนใจการลงทุนในพลังงานหรือติดตามสถานการณ์โลก อย่าพลาดอัปเดตล่าสุดจากเรา
ความเห็นส่วนตัว: การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นว่าสหรัฐยังคงยึดมั่นในนโยบายแข็งกร้าวต่อคู่แข่ง แม้จะกระทบตลาดโลก แต่ในระยะยาวอาจช่วยรักษาความมั่นคงด้านพลังงานได้ ลองคิดดูว่าถ้าราคาน้ำมันพุ่ง คุณจะปรับพอร์ตการลงทุนอย่างไร?
ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – สหรัฐเลิกต่ออายุขาย “น้ำมันรัสเซีย-อิหร่าน” ค้างในทะเล หวนคว่ำบาตรเต็มสูบ